แอนโทรปิกปฏิเสธคำเรียกร้องของเพนตากอนให้ผ่อนคลายข้อจำกัดเอไอทางทหาร เผชิญภัยคุกคามจากกฎหมาย Defense Production Act หากไม่ทำตาม

แอนโทรปิก ปฏิเสธคำขอบริการของเพนตากอนในการผ่อนคลายข้อจำกัดการใช้เอไอทางทหาร เผชิญภัยคุกคามจากพระราชบัญญัติการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ

บริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) ผู้พัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ Claude ได้ปฏิเสธคำขออย่างเป็นทางการจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา (เพนตากอน) ที่ให้ผ่อนคลายข้อจำกัดในการใช้เทคโนโลยีเอไอของบริษัทสำหรับวัตถุประสงค์ทางทหาร โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดด้านความมั่นคงแห่งชาติ ส่งผลให้เพนตากอนขู่ว่าจะใช้พระราชบัญญัติการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ (Defense Production Act หรือ DPA) เพื่อบังคับให้บริษัทปฏิบัติตาม

เหตุการณ์ดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านเอกสารที่แอนโทรปิกเผยแพร่ ซึ่งประกอบด้วยการแลกเปลี่ยนอีเมลระหว่างบริษัทกับสำนักงานผู้บัญชาการดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ของกระทรวงกลาโหม (Chief Digital and Artificial Intelligence Office หรือ CDAO) ในเดือนกรกฎาคม 2567 Craig Martell ผู้บัญชาการ CDAO ได้ส่งอีเมลถึงแอนโทรปิก โดยเรียกร้องให้บริษัทยกเลิกข้อจำกัดที่ห้ามใช้โมเดลเอไอ Claude ในด้านอาวุธ สอดแนมข่าวกรอง และการติดตามประชาชน โดยอ้างถึงเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา

ในอีเมลดังกล่าว Martell ระบุว่า “ข้อจำกัดเหล่านี้ขัดขวางการใช้งานของเพนตากอนในสถานการณ์เร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ” และขอให้แอนโทรปิก “ทบทวนนโยบายและปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการของรัฐบาล” ทว่า แอนโทรปิกตอบกลับอย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบาย โดยอ้างถึงนโยบายการขยายขนาดอย่างรับผิดชอบ (Responsible Scaling Policy หรือ RSP) ซึ่งกำหนดขอบเขตการใช้งานเอไออย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงสูง เช่น การพัฒนาอาวุธ การสอดแนม หรือการกำหนดเป้าหมายบุคคล

Dario Amodei ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอนโทรปิก เน้นย้ำในแถลงการณ์ว่า “เรามุ่งมั่นในการพัฒนาเอไอที่ปลอดภัยและเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ” โดยบริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2565 โดยพี่น้อง Amodei ซึ่งแยกตัวออกจาก OpenAI เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับทิศทางของบริษัทเดิมที่เริ่มผ่อนคลายข้อจำกัดด้านความปลอดภัย นโยบาย RSP ของแอนโทรปิกเป็นกรอบการทำงานที่กำหนดระดับความเสี่ยงของโมเดลเอไอ โดยห้ามการใช้งานในหมวดหมู่ที่เรียกว่า “การใช้งานทางทหารที่อาจก่อให้เกิดอันตราย” ซึ่งรวมถึงการพัฒนาระบบอาวุธอัตโนมัติ การรวบรวมข้อมูลข่าวกรอง และการติดตามบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลังจากการปฏิเสธของแอนโทรปิก เพนตากอนได้ยกระดับการตอบโต้ โดย Martell ส่งอีเมลเพิ่มเติมในวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 โดยขู่ว่าจะขอให้กระทรวงพาณิชย์ใช้ DPA เพื่อบังคับให้บริษัทผลิตและส่งมอบเทคโนโลยีเอไอให้กับรัฐบาล พระราชบัญญัติ DPA เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งการผลิตสินค้าที่จำเป็นต่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยสามารถบังคับให้เอกชนปฏิบัติตามได้ รวมถึงการกำหนดราคาและการจัดสรรทรัพยากร ในอดีต DPA ถูกใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและวิกฤตโควิด-19 เพื่อเร่งการผลิตอุปกรณ์การแพทย์

แอนโทรปิกตอบกลับโดยไม่ยอมถอย โดยระบุในเอกสารที่เผยแพร่ว่า “เราจะไม่ละเมิดนโยบาย RSP แม้เผชิญแรงกดดันจากรัฐบาล” บริษัทชี้แจงว่าข้อจำกัดเหล่านี้ใช้กับลูกค้าทุกประเภท รวมถึงรัฐบาลสหรัฐฯ เอง และยืนยันว่าบริษัทพร้อมให้บริการเอไอในด้านที่ไม่ขัดต่อนโยบาย เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปหรือการสนับสนุนการตัดสินใจที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาวุธ

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นระหว่างบริษัทเทคโนโลยีเอไอเอกชนกับรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งกำลังเร่งพัฒนาความสามารถทางทหารเพื่อแข่งขันกับจีน ในขณะที่ OpenAI ได้ปรับนโยบายในปี 2567 เพื่ออนุญาตให้ใช้งานทางทหารที่ “ไม่ก่อให้เกิดอันตราย” เช่น การวางแผนยุทธศาสตร์ แอนโทรปิกเลือกยึดมั่นในหลักการด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นจุดขายหลักที่ทำให้ Claude ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรต่างๆ

นอกจากนี้ เอกสารยังเผยให้เห็นว่าเพนตากอนพยายามเจรจาในหลายช่องทาง โดย CDAO ได้ติดต่อแอนโทรปิกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 เพื่อขอข้อยกเว้นสำหรับโครงการข่าวกรองและการป้องกันภัยทางไซเบอร์ ทว่า บริษัทปฏิเสธทุกรายการ โดยยึดตามเกณฑ์ RSP ที่กำหนด “แดนแดนอันตราย” (Dangerous Capabilities) ซึ่งห้ามการใช้งานที่อาจนำไปสู่การฆ่าหรือทำร้ายร่างกาย การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน หรือการแทรกแซงการเลือกตั้ง

ปัจจุบัน แอนโทรปิกยังคงเผชิญแรงกดดันจากเพนตากอน ซึ่งอาจนำไปสู่การบังคับใช้ DPA ในอนาคต อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจว่านโยบายของตนสอดคล้องกับกฎหมายสหรัฐฯ และไม่ขัดขวางการสนับสนุนความมั่นคงแห่งชาติในด้านที่ปลอดภัย เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างสำคัญของความท้าทายในการ cân bằngระหว่างนวัตกรรมเอไอ ความปลอดภัย และความต้องการทางทหารในยุคที่เทคโนโลยีเอไอกำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ด้านความมั่นคงของโลก

(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)