GitHub จะใช้ข้อมูลการโต้ตอบจาก Copilot ในการฝึกโมเดล AI เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2570
GitHub ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจัดการโค้ดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายการให้บริการอย่างสำคัญ โดยจะเริ่มใช้ข้อมูลการโต้ตอบจาก Copilot ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการฝึกโมเดล AI ของ GitHub และ Microsoft ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2570 (April 2026) เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงนี้ครอบคลุมข้อมูลจากโค้ดสาธารณะในคลังส่วนบุคคล (public personal repositories) และข้อมูลการใช้งาน Copilot โดยผู้ใช้สามารถเลือกยกเลิกการเข้าร่วม (opt-out) ได้ผ่านการตั้งค่า
ในอดีต GitHub เคยยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่ใช้โค้ดจากคลังส่วนตัว (private repositories) หรือเนื้อหาจากการสนทนาใน Copilot Chat ในการฝึกโมเดล AI อย่างไรก็ตาม นโยบายใหม่นี้จะขยายขอบเขตข้อมูลที่นำมาใช้ โดยรวมถึง:
- โค้ดสาธารณะจากคลังส่วนบุคคลของผู้ใช้แต่ละราย เว้นแต่ผู้ใช้จะเลือกยกเลิก
- ข้อมูลการโต้ตอบกับ Copilot เช่น คำสั่ง (prompts) ที่ผู้ใช้ป้อน คำแนะนำที่ยอมรับ (accepted suggestions) และข้อความสนทนาใน Copilot Chat
สำหรับองค์กร (organizations) โค้ดสาธารณะจากคลังขององค์กรจะถูกนำมาใช้หากเจ้าขององค์กรเปิดใช้งานการตั้งค่านี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทันทีสำหรับผู้ใช้ Copilot แบบฟรี และสำหรับผู้ใช้ Copilot Business/Enterprise จะมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2570
ผู้ใช้สามารถยกเลิกการเข้าร่วมได้โดยเข้าสู่การตั้งค่า Copilot ในบัญชี GitHub โดยเลือกตัวเลือก “Suggestion opt-out” เพื่อยกเลิกข้อมูลคำแนะนำ และ “Copilot chat opt-out” เพื่อยกเลิกข้อมูลการสนทนา GitHub ยังคงรักษานโยบายเดิมที่ไม่ใช้โค้ดจากคลังส่วนตัวในการฝึกโมเดล โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกประมวลผลแบบไม่ระบุตัวตน (de-identified) ก่อนนำไปฝึก
การประกาศนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลในวงการพัฒนาซอฟต์แวร์เกี่ยวกับข้อมูลฝึก AI โดยเฉพาะ Copilot ที่ถูกวิจารณ์ว่าอาจละเมิดลิขสิทธิ์โค้ดจากแหล่งสาธารณะ GitHub เคยเผชิญคดีความจากนักพัฒนาและองค์กรหลายแห่งที่อ้างว่าโมเดล AI ถูกฝึกด้วยโค้ดที่ไม่ได้ขออนุญาต ในปี พ.ศ. 2565 GitHub ได้เพิ่มตัวเลือก opt-out สำหรับโค้ดสาธารณะเพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องดังกล่าว
ตามเอกสาร GitHub Docs ที่อัปเดตใหม่ ระบุว่าข้อมูลการโต้ตอบจะถูกใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพของ Copilot และโมเดล AI อื่นๆ ของ Microsoft เช่นเดียวกับเงื่อนไขการให้บริการ Copilot ที่ปรับปรุง โดยเน้นย้ำถึงสิทธิ์ของผู้ใช้ในการควบคุมข้อมูล นอกจากนี้ GitHub ยังชี้แจงว่าข้อมูลที่รวบรวมจะไม่รวมข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น รหัสผ่านหรือข้อมูลส่วนบุคคล
การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลกระทบต่อนักพัฒนาที่ใช้ Copilot เป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของโค้ดและการสนทนา แม้จะมีตัวเลือก opt-out แต่ผู้ใช้ต้องดำเนินการด้วยตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงการแบ่งปันข้อมูล GitHub ยืนยันว่าการใช้ข้อมูลนี้จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพของเครื่องมือ AI ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น
ในแง่ธุรกิจ การเคลื่อนไหวของ GitHub สะท้อนแนวโน้มของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำที่มุ่งขยายฐานข้อมูลฝึก AI เพื่อแข่งขันในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว Copilot ซึ่งพัฒนาร่วมกับ OpenAI ได้กลายเป็นเครื่องมือหลักสำหรับนักพัฒนากว่า 1 ล้านรายทั่วโลก โดยสร้างรายได้หลักให้ GitHub ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft การอัปเดตนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวในการพัฒนา AI ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลผู้ใช้จริง
ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการจากบล็อก GitHub ได้ โดย GitHub แนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบและปรับการตั้งค่าทันทีเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการด้านความเป็นส่วนตัว นโยบายนี้ยังคงเปิดโอกาสให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการพัฒนา AI อย่างโปร่งใสและควบคุมได้
(จำนวนคำประมาณ 650 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)