Google กำลังจ้างวิศวกรหลายร้อยคน เพื่อช่วยลูกค้านำ AI ไปใช้

กูเกิลกำลังรับสมัครวิศวกรนับร้อยคนเพื่อช่วยลูกค้าปรับใช้ปัญญาประดิษฐ์

กูเกิล กำลังขยายองค์กรบริการวิชาชีพ (Professional Services Organization หรือ PSO) อย่างกว้างขวาง โดยประกาศรับสมัครวิศวกรด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กว่า 500 ตำแหน่ง เพื่อสนับสนุนลูกค้าธุรกิจในการนำเทคโนโลยี AI ของกูเกิลไปใช้งาน โดยเฉพาะโมเดล Gemini และแพลตฟอร์ม Vertex AI ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการแข่งขันตลาด AI ระดับองค์กร

การรับสมัครครั้งนี้ครอบคลุมตำแหน่งหลากหลาย เช่น AI/ML Customer Engineer, Generative AI Customer Engineer, และ Vertex AI Customer Engineer โดยกระจายอยู่ในภูมิภาคสำคัญทั่วโลก ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกา (EMEA) อินเดีย และเอเชียแปซิฟิก ตำแหน่งเหล่านี้มุ่งเน้นการให้บริการที่ปรึกษาเชิงเทคนิคแก่ลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ช่วยเหลือในการออกแบบ ติดตั้ง และปรับใช้โซลูชัน AI ให้เหมาะสมกับความต้องการทางธุรกิจ

ตามประกาศรับสมัครที่เผยแพร่บนเว็บไซต์งานของกูเกิล หน้าที่หลักของวิศวกรเหล่านี้รวมถึงการทำงานร่วมกับทีมลูกค้าเพื่อพัฒนาและปรับใช้โมเดล AI โดยเฉพาะ Gemini ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model) ล่าสุดของกูเกิล นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการสนับสนุน Vertex AI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มครบวงจรสำหรับการสร้าง พัฒนา และปรับใช้โมเดล AI ในสภาพแวดล้อมคลาวด์ วิศวกรจะต้องมีทักษะด้านการเขียนโปรแกรมภาษา Python การใช้ TensorFlow หรือ PyTorch และประสบการณ์ในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) รวมถึงความเชี่ยวชาญในด้าน Machine Learning Operations (MLOps)

การขยาย PSO นี้สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ของกูเกิลในการเร่งให้ลูกค้าธุรกิจนำ AI ไปใช้จริง โดยเฉพาะในยุคที่องค์กรต่าง ๆ กำลังเผชิญความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านสู่ AI เช่น การรวมระบบ AI เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ การฝึกอบรมโมเดลให้เหมาะกับข้อมูลเฉพาะของธุรกิจ และการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแล (Governance) PSO จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเทคโนโลยี AI ระดับสูงของกูเกิลกับการใช้งานจริงในองค์กร ลูกค้าจะได้รับการสนับสนุนตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน การทดสอบ ไปจนถึงการปรับขนาด (Scaling) โซลูชัน AI ให้รองรับปริมาณงานขนาดใหญ่

นอกจากนี้ การรับสมัครยังเน้นย้ำถึงการแข่งขันดุเดือดในตลาดบริการ AI สำหรับองค์กร กูเกิลกำลังพยายามไล่ตามคู่แข่งอย่าง Amazon Web Services (AWS) และ Microsoft Azure ซึ่งมีทีมบริการคล้ายกันมานาน โดย AWS มี AWS Professional Services และ Microsoft มี Azure AI Customer Engineering Services การจ้างงานจำนวนมากครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของสงครามแย่งชิงบุคลากร AI ที่รุนแรง โดยกูเกิลเสนอเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ที่แข่งขันได้ เช่น ค่าตอบแทนสูงถึง 300,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีสำหรับตำแหน่งอาวุโสในสหรัฐฯ พร้อมโบนัสและหุ้นบริษัท

ตัวอย่างประกาศงานหนึ่งในสหรัฐอเมริการะบุว่า วิศวกรจะ “ช่วยลูกค้าแก้ปัญหาธุรกิจที่ซับซ้อนด้วย Generative AI และ Machine Learning โดยใช้ Gemini และ Vertex AI” อีกประกาศในอินเดียเน้นการ “พัฒนาโซลูชัน AI แบบกำหนดเอง (Custom AI Solutions) สำหรับลูกค้าในภูมิภาคเอเชียใต้” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการมุ่งเน้นตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสูง ในสหราชอาณาจักร ตำแหน่งมุ่งสนับสนุนลูกค้าในภาคการเงินและการดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องการ AI อย่างเร่งด่วน

การขยายทีม PSO เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตของรายได้จาก Google Cloud ซึ่งเพิ่มขึ้น 28% ในไตรมาสล่าสุด โดย Vertex AI เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก รายได้จากบริการ AI คาดว่าจะเป็นแหล่งรายได้หลักในอนาคต กูเกิลคาดหวังว่าการมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจะช่วยลดอุปสรรคในการนำ AI ไปใช้ ทำให้ลูกค้าติดตั้งระบบเร็วขึ้นและสร้างมูลค่าธุรกิจได้มากกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม การจ้างงานขนาดใหญ่นี้เผชิญความท้าทายในการหาคนที่มีทักษะเฉพาะทาง โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้าน Generative AI ซึ่งมีความต้องการสูงทั่วอุตสาหกรรม กูเกิลจึงกำหนดคุณสมบัติเข้มงวด เช่น ประสบการณ์อย่างน้อย 5 ปีใน AI/ML และความรู้ด้าน Cloud Architecture แต่ด้วยชื่อเสียงและทรัพยากรของบริษัท คาดว่าจะดึงดูดผู้สมัครชั้นนำได้สำเร็จ

สรุปแล้ว การรับสมัครวิศวกรนับร้อยคนของกูเกิลสำหรับ PSO ถือเป็นก้าวยุทธศาสตร์สำคัญในการครองตลาดบริการ AI องค์กร ช่วยให้ลูกค้าปรับใช้ Gemini และ Vertex AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับคู่แข่ง และเร่งการเติบโตของ Google Cloud ในยุค AI ที่กำลังบูม

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)