ประวัติโดยย่อของการสร้างกระแสของแซม อัลต์แมน
แซม อัลต์แมน ผู้ก่อตั้งและอดีตประธาน OpenAI ได้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชื่อเสียงของเขามาจากการทำนายอนาคตที่กล้าหาญและการสร้างกระแสที่ดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก ตั้งแต่สมัยยังเยาว์วัย อัลต์แมนแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการมองเห็นโอกาสทางเทคโนโลยีที่กำลังจะมาถึง และใช้คำพูดที่เร่าร้อนเพื่อดึงดูดนักลงทุนและสาธารณชน บทความนี้จะทบทวนประวัติศาสตร์โดยย่อของการสร้างกระแสเหล่านี้ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่โปรเจกต์แรก ๆ จนถึงความพยายามล่าสุดในด้านพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันและปัญญาประดิษฐ์เหนือมนุษย์
จุดเริ่มต้นด้วย Loopt: การทำนายยุคสมาร์ทโฟน
ในปี 2005 ขณะที่มีอายุเพียง 19 ปี อัลต์แมนตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเพื่อก่อตั้ง Loopt แอปพลิเคชันที่ใช้เทคโนโลยี GPS เพื่อติดตามตำแหน่งของผู้ใช้และเพื่อนฝูง เขาเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีตำแหน่งที่ตั้งจะปฏิวัติอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โดยทำนายว่า “ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ผู้คนจะสามารถค้นหาเพื่อน ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา” คำกล่าวนี้เกิดขึ้นก่อนที่ iPhone จะเปิดตัวเสียอีก
Loopt ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนชั้นนำอย่าง Sequoia Capital และภายใต้การนำของอัลต์แมน แอปนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะเผชิญกับข้อกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว แต่ในที่สุด Green Dot Corporation ก็ซื้อกิจการ Loopt ในราคา 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2012 แม้จะไม่ใช่ความสำเร็จระดับยูนิคอร์น แต่ Loopt ถือเป็นก้าวแรกที่แสดงให้เห็นถึงสไตล์ของอัลต์แมนในการใช้การทำนายที่กล้าหาญเพื่อดึงดูดทุน
ยุค Y Combinator: สร้างจักรวาลสตาร์ทอัพ
ในปี 2011 อัลต์แมนเข้าร่วม Y Combinator (YC) ในฐานะหุ้นส่วน และก้าวขึ้นเป็นประธานในปี 2014 ภายใต้การนำของเขา YC กลายเป็นเครื่องเร่งสตาร์ทอัพที่ทรงพลังที่สุดในโลก สร้างบริษัทมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ เช่น Airbnb, Dropbox และ Stripe อัลต์แมนมักพูดถึง “การเติบโตแบบก้าวกระโดด” โดยเชื่อว่าสตาร์ทอัพสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ในเวลาอันสั้น
หนึ่งในการทำนายที่โดดเด่นคือในปี 2014 เมื่อเขากล่าวว่า “พลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันจะถูกค้นพบภายใน 3 ปีข้างหน้า และราคาจะถูกลง 1,000 เท่า” คำกล่าวนี้จุดประกายการลงทุนใน Helion Energy ซึ่ง YC สนับสนุน แต่จนถึงปัจจุบัน พลังงานฟิวชันยังคงเป็นความฝันที่ห่างไกล แม้ OpenAI จะลงทุนใน Helion ราว 375 ล้านดอลลาร์ในปี 2021 แต่โครงการนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จตามกำหนด
อัลต์แมนยังขยาย YC ไปสู่โครงการทดลอง เช่น YC Research เพื่อศึกษาปัญญาประดิษฐ์และชีววิทยา ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้ง OpenAI ในที่สุด
OpenAI: จากองค์กรไม่แสวงผลกำไรสู่ AGI
OpenAI ก่อตั้งในปี 2015 โดยอัลต์แมนและกลุ่มนักลงทุน รวมถึง Elon Musk โดยมีเป้าหมายพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ อัลต์แมนประกาศว่า AGI จะมาถึง “ในไม่ช้า” และจะนำมาซึ่งความมั่งคั่งมหาศาล เขาเคยกล่าวในปี 2016 ว่า “AGI จะเพิ่ม GDP โลก 7 เท่า”
แต่ OpenAI เปลี่ยนรูปแบบจากองค์กรไม่แสวงผลกำไรเป็นบริษัทที่แสวงหากำไรจำกัด (capped-profit) ในปี 2019 เพื่อดึงดูดทุนจาก Microsoft กว่า 13 พันล้านดอลลาร์ นำไปสู่การเปิดตัว GPT-3 ในปี 2020 และ ChatGPT ในปี 2023 ซึ่งกลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก อัลต์แมนใช้โอกาสนี้สร้างกระแส โดยกล่าวว่า “เรากำลังเข้าใกล้ AGI แล้ว” และก่อตั้งหน่วยงาน Superalignment เพื่อรับประกันความปลอดภัยของ AI เหนือมนุษย์
อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤศจิกายน 2023 อัลต์แมนถูกบอร์ดบริหาร OpenAI ปลดจากตำแหน่งชั่วคราว ด้วยข้อกล่าวหาว่า “ไม่สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา” แต่ภายใน 5 วัน เขาก็กลับมารับตำแหน่งอีกครั้ง พร้อมกับการสนับสนุนจากพนักงานและนักลงทุน สร้างกระแสข่าวพาดหัวไปทั่วโลก
Worldcoin: สกุลเงินดิจิทัลและการสแกนลายตา
ในปี 2021 อัลต์แมนเปิดตัว Worldcoin ร่วมกับ Max Novendstern และ Alex Blania โครงการนี้ใช้เครื่องสแกนลายตา Orb เพื่อยืนยันตัวตนมนุษย์และแจกจ่ายสกุลเงินดิจิทัล Worldcoin (WLD) โดยมีวิสัยทัศน์สร้างรายได้พื้นฐานสากล (UBI) ในยุค AI อัลต์แมนทำนายว่า “Worldcoin จะช่วยให้มนุษย์ทุกคนได้รับส่วนแบ่งจากความมั่งคั่งที่ AI สร้างขึ้น”
โครงการนี้เผชิญกับปัญหาความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะในยุโรปที่ถูกสอบสวนจากหน่วยงานกำกับดูแล แต่ Worldcoin ยังคงขยายตัว โดยมีผู้ใช้สแกนลายตากว่า 10 ล้านคนภายในปี 2025
การสร้างกระแสในยุคปัจจุบัน: ฟิวชัน พลังงานราคาถูก และ AGI
อัลต์แมนยังคงรักษาสไตล์เดิม โดยในปี 2024 เขากล่าวที่งาน TED ว่า “พลังงานฟิวชันจะราคาถูกลง 1,000 เท่า และ AGI จะมาถึงใน 2-3 ปี” เขายังพูดถึง “เครื่องจักรที่ฉลาดกว่ามนุษย์ทุกคนรวมกัน” และลงทุนในโปรเจกต์ชีววิทยา เช่น Retro Biosciences เพื่อยืดอายุขัยมนุษย์ให้ถึง 1,000 ปี
แม้บางการทำนายจะยังไม่เป็นจริง เช่น ฟิวชันที่ล่าช้า หรือ AGI ที่ยังห่างไกล แต่การสร้างกระแสของอัลต์แมนได้ดึงดูดทุนกว่า 100 พันล้านดอลลาร์สู่ OpenAI และโครงการที่เกี่ยวข้อง นักวิจารณ์บางคนมองว่าเป็น “การโฆษณาเกินจริง” แต่ผู้สนับสนุนเห็นว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่จำเป็นสำหรับนวัตกรรม
อัลต์แมนเคยกล่าวว่า “โลกต้องการความฝันที่ยิ่งใหญ่” และประวัติศาสตร์ของเขายืนยันถึงความสามารถในการทำให้ความฝันนั้นกลายเป็นความจริงบางส่วน ในขณะที่รอคอยการทำนายถัดไป ไม่ว่าจะเป็นฟิวชันราคาถูกหรือ AGI จริง ๆ การสร้างกระแสของเขายังคงกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
(จำนวนคำประมาณ 750 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)