จีนสอบสวนการซื้อกิจการ Manus ของ Meta กรณีละเมิดกฎระเบียบการส่งออกเทคโนโลยี
หน่วยงานกำกับดูแลของจีนกำลังดำเนินการสอบสวน Meta Platforms Inc. หรือที่รู้จักในชื่อ Facebook ในอดีต เกี่ยวกับการซื้อกิจการ Manus AI ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพเทคโนโลยีจีนผู้พัฒนาอุปกรณ์ถุงมือสัมผัส (haptic gloves) สำหรับการติดตามการเคลื่อนไหวของมือในระบบเสมือนจริง (VR) การสอบสวนดังกล่าวเกิดจากข้อกล่าวหาการละเมิดกฎระเบียบการส่งออกเทคโนโลยีที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานทวิภาคี (dual-use technology) ซึ่งอาจนำไปใช้ในภาคทหารได้
Manus AI ก่อตั้งขึ้นในปี 2562 โดยอดีตวิศวกรจาก DJI ผู้ผลิตโดรนชั้นนำของจีน บริษัทนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีถุงมือที่สามารถส่งผ่านสัมผัสและการสั่นสะเทือน เพื่อเสริมประสบการณ์การโต้ตอบในโลกเสมือนจริงและโลกเสริม (AR/VR) ผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Haptic Gloves ได้รับการออกแบบให้รองรับการติดตามการเคลื่อนไหวของมืออย่างละเอียด โดยใช้เซ็นเซอร์และมอเตอร์ขนาดเล็กเพื่อจำลองสัมผัสจริง ซึ่งช่วยยกระดับการใช้งานในอุตสาหกรรมเกม การฝึกอบรม การแพทย์ และการจำลองสถานการณ์
ในปี 2565 Meta ได้ประกาศซื้อกิจการ Manus AI โดยรวมทีมวิศวกรและเทคโนโลยีทั้งหมดเข้าไปในหน่วยงาน Reality Labs ซึ่งรับผิดชอบการพัฒนาแว่น VR/AR ของบริษัท เช่น Oculus Quest การซื้อกิจการนี้มีมูลค่าประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Metaverse ของ Meta ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศอุปกรณ์และซอฟต์แวร์สำหรับโลกเสมือนจริง หลังการซื้อกิจการ Manus ได้ย้ายฐานปฏิบัติการหลักไปยังสหรัฐอเมริกา และทีมงานส่วนใหญ่ย้ายตามไปทำงานภายใต้ Meta
อย่างไรก็ตาม การสอบสวนล่าสุดจากหน่วยงานจีน โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ (Ministry of Commerce: MOFCOM) และสำนักงานกำกับดูแลการลงทุนต่างชาติ (State Administration for Foreign Exchange: SAFE) มุ่งเน้นไปที่กระบวนการซื้อกิจการที่อาจละเมิดกฎหมายการส่งออกของจีน จีนมีนโยบายควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างเข้มงวดตั้งแต่ปี 2564 โดยเฉพาะในหมวดหมู่อุปกรณ์ VR/AR และเทคโนโลยีการติดตามการเคลื่อนไหว ซึ่งถูกจัดอยู่ในรายการควบคุมการส่งออก (Export Control List) เนื่องจากมีความเสี่ยงในการนำไปใช้ทางทหาร เช่น การฝึกทหารเสมือนจริงหรือระบบควบคุมอาวุธ
ตามกฎระเบียบดังกล่าว การโอนย้ายเทคโนโลยี สิทธิบัตร หรือบุคลากรผู้เชี่ยวชาญไปยังต่างประเทศต้องได้รับอนุมัติล่วงหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากไม่ปฏิบัติตาม อาจถูกปรับเงิน สั่งเพิกถอนการซื้อกิจการ หรือดำเนินคดีทางอาญา แหล่งข่าวจากจีนระบุว่า Meta ไม่ได้ยื่นขอใบอนุมัติการส่งออกสำหรับเทคโนโลยีหลักของ Manus ก่อนดำเนินการซื้อกิจการ ส่งผลให้เกิดการไหลออกของเทคโนโลยีที่ละเอียดอ่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการโอนย้ายบุคลากรจีนไปสหรัฐฯ ซึ่งอาจถือเป็นการส่งออก “บุคลากรทางเทคนิค” ที่ถูกควบคุมเช่นกัน
การสอบสวนนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยีขั้นสูง สหรัฐฯ ได้ออกมาตรการควบคุมการส่งออกชิปและอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ไปจีน ในขณะที่จีนตอบโต้ด้วยการเข้มงวดกฎส่งออกของตนเอง Meta ซึ่งเผชิญแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ ในการตรวจสอบการซื้อกิจการต่างชาติ อาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติม หากจีนสั่งให้ยกเลิกดีลหรือเรียกคืนเทคโนโลยี นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากรณีนี้จะชะลอโครงการพัฒนา VR gloves ของ Reality Labs ซึ่ง Meta วางแผนใช้ในแว่นตา Quest รุ่นถัดไป
Reality Labs ของ Meta ได้ลงทุนไปแล้วกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี Metaverse แต่ยังขาดทุนสะสมกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ การสูญเสียเทคโนโลยีจาก Manus อาจทำให้ต้องเริ่มต้นพัฒนาใหม่ ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Apple Vision Pro หรือ Pico จาก ByteDance ของจีน นอกจากนี้ ยังอาจกระตุ้นให้จีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยี VR ในประเทศ โดยใช้บริษัทอย่าง PICO หรือ HTC Vive China เป็นฐานหลัก
หน่วยงานจีนคาดว่าจะสรุปผลการสอบสวนภายในสิ้นปีนี้ หากพบการละเมิด Meta อาจถูกปรับเงินสูงสุด 10 เท่าของมูลค่าการทำธุรกรรม หรือถูกห้ามทำธุรกิจในจีนชั่วคราว ซึ่งจะกระทบต่อผู้ใช้ Facebook และ Instagram กว่า 1 พันล้านรายในตลาดจีนที่ใช้ VPN กรณีนี้ยังเป็นตัวอย่างของความเสี่ยงในการซื้อกิจการสตาร์ทอัพจากประเทศที่มีกฎระเบียบส่งออกเข้มงวด โดยบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ต้องประเมินความเสี่ยงด้านกฎหมายระหว่างประเทศให้รอบคอบยิ่งขึ้น
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)