ByteDance ได้รับสิทธิ์เข้าถึงคลัสเตอร์ Blackwell ของ NVIDIA ในมาเลเซีย หลีกเลี่ยงข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ สู่จีน
ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ประสบความสำเร็จในการเข้าถึงคลัสเตอร์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI รุ่นล่าสุด Blackwell ของ NVIDIA ที่ตั้งอยู่ในมาเลเซีย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้บริษัทสามารถหลีกเลี่ยงข้อจำกัดการส่งออกชิป AI ขั้นสูงของสหรัฐอเมริกาที่กำหนดห้ามส่งไปยังจีน โดยคลัสเตอร์ดังกล่าวใช้ชิป NVIDIA GB200 NVL72 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดสำหรับการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์
ตามรายงานจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ByteDance ได้รับสถานะเป็นลูกค้ารายแรกที่เปิดตัวบริการ (launch customer) สำหรับคลัสเตอร์นี้ ซึ่งถูกโฮสต์โดยบริษัท YTL Power International บริษัทพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานชั้นนำของมาเลเซีย YTL ได้ร่วมมือกับ NVIDIA ในการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยเริ่มต้นด้วยการติดตั้งชิป GPU จำนวน 20,000 ตัวในเฟสแรก และมีแผนขยายไปถึง 40,000 ตัวในอนาคตอันใกล้ คลัสเตอร์นี้ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กลยุทธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกกฎระเบียบห้ามส่งออกชิปประสิทธิภาพสูง เช่น H100, H200 และ Blackwell ไปยังจีนตั้งแต่ปี 2022 และเพิ่มความเข้มงวดในปี 2023-2024 เพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในโครงการทหารหรือระบบ AI ที่อาจคุกคามความมั่นคงแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม NVIDIA ยังคงหาทางสนับสนุนลูกค้าจีนผ่านการติดตั้งคลัสเตอร์ในประเทศที่สาม เช่น มาเลเซีย ไต้หวัน อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงประสิทธิภาพการประมวลผลระดับสูงโดยไม่ละเมิดกฎหมายสหรัฐฯ
YTL Power ประกาศความร่วมมือกับ NVIDIA เมื่อเดือนกันยายน 2024 โดยศูนย์ข้อมูลแห่งนี้จะใช้พลังงานหมุนเวียน 100% เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่สูงถึง 500 เมกะวัตต์ คลัสเตอร์ Blackwell GB200 NVL72 แต่ละตู้มีชิป GPU 72 ตัว เชื่อมต่อกันด้วยเทคโนโลยี NVLink สามารถส่งข้อมูลภายในได้ถึง 1.8 เทราบายต์ต่อวินาที ซึ่งเหมาะสำหรับการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และงาน AI จัดการข้อมูลขนาดใหญ่ ByteDance ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัท AI ชั้นนำของจีน คาดว่าจะใช้คลัสเตอร์นี้เพื่อพัฒนาโมเดล Doubao และแอปพลิเคชัน TikTok ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
NVIDIA ยืนยันว่าการติดตั้งเหล่านี้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสหรัฐฯ อย่างเคร่งครัด โดย Jensen Huang CEO ของ NVIDIA กล่าวในงานประชุมนักวิเคราะห์ว่า บริษัทกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกจาก ByteDance แล้ว ยังมีลูกค้าอื่นๆ เช่น Tencent และ Alibaba ที่คาดว่าจะใช้บริการคลัสเตอร์ในมาเลเซียเช่นกัน การเคลื่อนไหวนี้ช่วยให้ NVIDIA รักษาส่วนแบ่งตลาดในจีน ซึ่งคิดเป็นรายได้กว่า 20% ของบริษัท แม้จะเผชิญข้อจำกัดจากสหรัฐฯ
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การเข้าถึงคลัสเตอร์ในมาเลเซียช่วยให้ ByteDance ลดช่องว่างด้านเทคโนโลยีกับบริษัทอเมริกัน เช่น OpenAI และ Google โดยไม่ต้องพึ่งพาชิปที่ด้อยกว่าจากผู้ผลิตจีนอย่าง Huawei หรือ Biren Technology ชิป Blackwell มีประสิทธิภาพสูงกว่า Hopper รุ่นก่อนหน้าถึง 30 เท่าในการฝึกโมเดล AI และ 4 เท่าในการอนุมาน ทำให้ ByteDance สามารถเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมีอยู่ เนื่องจากมาเลเซียต้องจัดการกับปัญหาพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่จำกัด รัฐบาลมาเลเซียสนับสนุนโครงการนี้ผ่านนโยบายดิจิทัลเศรษฐกิจ โดยหวังจะเปลี่ยนประเทศให้เป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาค YTL วางแผนลงทุน 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการนี้ ซึ่งจะสร้างงานนับพันตำแหน่งและกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล
นอกจากนี้ NVIDIA ยังขยายคลัสเตอร์ในประเทศอื่นๆ เช่น ในไต้หวันมีแผนติดตั้ง 20,000 ชิป และในอินโดนีเซียร่วมกับ Telkomsel เพื่อรองรับลูกค้าอาเซียน กลยุทธ์ “cloud regions” นี้ช่วยให้ NVIDIA ขายบริการโดยไม่ต้องส่งออกฮาร์ดแวร์โดยตรง สอดคล้องกับกฎหมายของสหรัฐฯ ที่ห้ามส่งชิปไปจีนแต่ไม่ห้ามการใช้งานในประเทศที่สาม
ByteDance เองก็เผชิญแรงกดดันจากสหรัฐฯ ในการดำเนินธุรกิจ TikTok แต่การย้ายไปใช้คลัสเตอร์ต่างประเทศช่วยลดความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี นักวิเคราะห์จาก SemiAnalysis ชี้ว่า การเข้าถึง Blackwell จะช่วยให้ ByteDance แข่งขันในตลาด AI ระดับโลกได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในด้านวิดีโอและโซเชียลมีเดียที่ใช้ AI หนัก
สรุปแล้ว การที่ ByteDance ได้รับสิทธิ์เข้าถึงคลัสเตอร์ Blackwell ในมาเลเซียไม่เพียงช่วยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดสหรัฐฯ แต่ยังเป็นตัวอย่างของการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ AI ทั่วโลก ซึ่งจะกำหนดทิศทางของการแข่งขันในอนาคต
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)