ซีอีโอนวิเดีย จensen Huang วิจารณ์ผู้นำเทคโนโลยีที่มี “คอมเพล็กซ์แบบพระเจ้า” จากการทำนายการสูญเสียงานจากเอไออย่างประมาท
ในการประชุมสุดยอดรัฐบาลโลก (World Governments Summit) ที่จัดขึ้นในกรุงดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อเร็วๆ นี้ นายเจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอบริษัทนวิเดีย (NVIDIA) ได้แสดงความเห็นที่ตรงไปตรงมาและรุนแรงต่อผู้นำในวงการเทคโนโลยีบางราย โดยกล่าวหาว่าพวกเขามี “คอมเพล็กซ์แบบพระเจ้า” (god complex) ที่ทำให้ทำนายการสูญเสียงานจำนวนมหาศาลจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างประมาทเลินเล่อ
หวง ซึ่งเป็นผู้นำคนสำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเอไอ เน้นย้ำว่าการทำนายดังกล่าวไม่เพียงแต่ผิดพลาด แต่ยังสร้างความตื่นตระหนกที่ไม่จำเป็นในสังคม เขากล่าวในที่ประชุมว่า “คนเหล่านี้มีคอมเพล็กซ์แบบพระเจ้า พวกเขาคิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่าง” คำพูดนี้มุ่งเป้าไปที่ผู้นำเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของโอเพ่นเอไอ (OpenAI) ที่เคยคาดการณ์ว่าอาจมีงานสูญเสียถึง 300 ล้านตำแหน่งทั่วโลก และอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ผู้ก่อตั้งเทสลาและสแปซเอ็กซ์ ที่ทำนายว่าหนึ่งในสามของกำลังแรงงานโลกจะได้รับผลกระทบจากเอไอ
หวงโต้แย้งว่าการทำนายเหล่านี้ขาดพื้นฐานทางประวัติศาสตร์และความเข้าใจในพฤติกรรมของเทคโนโลยี เขาชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอดีต เช่น การเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ตหรือสเปรดชีต ไม่เคยนำไปสู่การว่างงานหมู่ภาพอย่างที่เคยถูกทำนาย แต่กลับสร้างงานใหม่จำนวนมากกว่าเดิม “มนุษย์บวกเอไอมีค่ามากกว่าเอไอเพียงลำพัง” หวงกล่าว โดยยกตัวอย่างว่าสเปรดชีตไม่ได้กำจัดนักบัญชี แต่ช่วยให้นักบัญชีสามารถทำงานที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นได้ ทำให้เกิดบทบาทใหม่ๆ ในสายอาชีพดังกล่าว
นอกจากนี้ หวงยังเปรียบเทียบกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งก่อนๆ ที่เครื่องจักรและเทคโนโลยีช่วยเพิ่มผลผลิต แทนที่จะแทนที่มนุษย์ทั้งหมด เขายืนยันว่าเอไอจะเป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพมนุษย์ (augmentation) มากกว่าการแทนที่ (replacement) โดยเฉพาะในยุคที่เอไอกำลังพัฒนาสู่ระดับสติปัญญาทั่วไป (general intelligence) ซึ่งนวิเดียมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนผ่านชิปกราฟิกและฮาร์ดแวร์เอไอ เช่นซีรีส์ H100 และ Blackwell ที่กำลังจะเปิดตัว
การวิจารณ์ของหวงเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความกังวลเรื่องผลกระทบของเอไอต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะหลังจากรายงานของสถาบันต่างๆ เช่น Goldman Sachs ที่คาดการณ์ว่าอาจมีงาน 300 ล้านตำแหน่งได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม หวงมองว่าการทำนายเหล่านี้มักมาจากมุมมองที่มองข้ามความสามารถในการปรับตัวของมนุษย์และเศรษฐกิจ เขาเรียกร้องให้ผู้นำเทคโนโลยีแสดงความรับผิดชอบมากขึ้นในการสื่อสาร โดยหลีกเลี่ยงการสร้างความหวาดกลัวที่ไม่มีมูล
ในบริบทของนวิเดีย บริษัทของหวงกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมูลค่าตลาดทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าแอปเปิลและไมโครซอฟท์ในบางช่วงเวลา ชิปเอไอของนวิเดียถูกใช้ในศูนย์ข้อมูลทั่วโลกสำหรับการฝึกโมเดลเอไอขนาดใหญ่ เช่น ChatGPT ของโอเพ่นเอไอ หวงยังได้พูดถึงอนาคตของเอไอว่า จะพัฒนาไปสู่การเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้าใจบริบทมนุษย์อย่างลึกซึ้ง โดยไม่จำเป็นต้องแทนที่งานมนุษย์ทั้งหมด
หวงเน้นย้ำถึงบทบาทของรัฐบาลในการเตรียมความพร้อมแรงงานสำหรับยุคเอไอ โดยเสนอให้ลงทุนในด้านการศึกษาและการฝึกอบรมทักษะใหม่ๆ แทนที่จะมุ่งเน้นที่ความกลัวการว่างงาน เขากล่าวว่า “เทคโนโลยีใหม่ๆ จะสร้างโอกาสใหม่ๆ เสมอ” และยกตัวอย่างจากประวัติศาสตร์ว่าทุกครั้งที่เกิดการปฏิวัติเทคโนโลยี มนุษย์ก็ปรับตัวได้สำเร็จ
การพูดจของหวงครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อเอไอ แต่ยังเป็นการเตือนใจผู้นำเทคโนโลยีให้ใช้คำพูดอย่างรอบคอบ ในขณะที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากเอไอ การทำนายที่ประมาทอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและสังคมที่ไม่จำเป็น หวงปิดท้ายด้วยความมั่นใจว่า เอไอจะเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยสร้างงานและมูลค่าใหม่ๆ มากกว่าที่สูญเสียไป
(จำนวนคำ: 728)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)