โอเพ่นเอไอ (OpenAI) มอบค่าตอบแทนหุ้นเฉลี่ย 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อพนักงานหนึ่งคน สูงกว่าทุกสตาร์ทอัพเทคโนโลยีในประวัติศาสตร์
โอเพ่นเอไอ บริษัทปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำระดับโลก ได้รับการยอมรับในด้านค่าตอบแทนที่ไม่ธรรมดา โดยเฉพาะค่าตอบแทนในรูปแบบหุ้น ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อพนักงานหนึ่งคน ข้อมูลนี้มาจากเอกสารภายในที่รั่วไหลออกมา สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการเทคโนโลยี เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าค่าตอบแทนหุ้นเฉลี่ยของสตาร์ทอัพเทคโนโลยีชั้นนำอื่นๆ ทุกแห่งในประวัติศาสตร์
ตามรายงานจากแหล่งข้อมูลภายในของโอเพ่นเอไอ พบว่าค่าตอบแทนหุ้นเฉลี่ยต่อพนักงานทั้งหมด ซึ่งรวมถึงพนักงานทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานทั่วไปไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง อยู่ที่ประมาณ 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคำนวณจากมูลค่าหุ้นที่มอบให้ในช่วงเวลาที่กำหนด ตัวเลขนี้มาจากการวิเคราะห์โครงสร้างทุน (cap table) และแพ็กเกจค่าตอบแทนที่บริษัทจัดสรรให้กับพนักงานกว่า 1,200 คนในปัจจุบัน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น โอเพ่นเอไอมีมูลค่าบริษัทสูงถึง 157 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการระดมทุนรอบล่าสุดในเดือนตุลาคม โดยนักลงทุนหลักอย่างไมโครซอฟท์ (Microsoft) ถือหุ้นกว่า 49% ของบริษัท อย่างไรก็ตาม โครงสร้างของโอเพ่นเอไอเป็นบริษัทไม่แสวงหากำไร (capped-profit) ซึ่งกำหนดให้ผู้ถือหุ้นทั่วไปได้รับกำไรสูงสุดไม่เกิน 100 เท่าของเงินลงทุนเริ่มต้น ก่อนที่กำไรส่วนเกินจะถูกนำไปใช้เพื่อภารกิจไม่แสวงหากำไร แม้โครงสร้างนี้จะจำกัด upside สำหรับนักลงทุน แต่กลับไม่กระทบต่อค่าตอบแทนหุ้นของพนักงาน ซึ่งถูกออกแบบให้มีศักยภาพสูงมากเมื่อบริษัทเข้าสู่ตลาดหุ้น (IPO) หรือเกิดเหตุการณ์ liquidity event อื่นๆ
เมื่อเปรียบเทียบกับสตาร์ทอัพเทคโนโลยีอื่นๆ ค่าตอบแทนหุ้นเฉลี่ยของโอเพ่นเอไอสูงเป็นอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์ ตัวอย่างเช่น สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) มีค่าตอบแทนหุ้นเฉลี่ย 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สไตรป์ (Stripe) อยู่ที่ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ชาร์ทจีพีที (Character.AI) 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ แอนทรอปิก (Anthropic) 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ และบริษัทอื่นๆ เช่น โคเยน (Cohere) อยู่ที่ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ข้อมูลเหล่านี้มาจากฐานข้อมูลค่าตอบแทนของ Levels.fyi ซึ่งรวบรวมจากพนักงานจริงและเอกสารภายในที่รั่วไหล
สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ ตัวเลข 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี้เป็นค่าเฉลี่ยทั้งบริษัท ไม่ใช่เฉพาะพนักงานอาวุโส หากเจาะลึก พนักงานระดับวิศวกรซอฟต์แวร์รุ่นเยาว์ (junior engineers) ได้รับหุ้นมูลค่าเฉลี่ย 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่พนักงานระดับผู้บริหารและนักวิจัยชั้นนำอาจได้รับมากถึงหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับซาม อัลต์แมน (Sam Altman) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ ซึ่งถือหุ้นมูลค่าประมาณ 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากบริษัทเข้าสู่ตลาดหุ้นที่ราคาประเมินปัจจุบัน
กลยุทธ์ค่าตอบแทนดังกล่าวของโอเพ่นเอไอมีจุดมุ่งหมายเพื่อดึงดูดและรักษาคนเก่งในวงการปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นตลาดที่แข่งขันดุเดือด โดยโอเพ่นเอไอต้องเผชิญกับคู่แข่งอย่างแอนทรอปิก จีเอ็มไอ (xAI) ของอีลอน มัสก์ และบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่างกูเกิล (Google) และเมต้า (Meta) ที่ยื่นข้อเสนอเงินเดือนสูงลิ่ว ค่าตอบแทนเงินสดของโอเพ่นเอไอก็อยู่ในระดับสูง โดยวิศวกรซอฟต์แวร์มีฐานเงินเดือนเฉลี่ย 450,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี บวกโบนัสและหุ้น ทำให้แพ็กเกจรวมทั้งหมดสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือมากกว่านั้นสำหรับพนักงานชั้นนำ
นอกจากนี้ โอเพ่นเอไอยังใช้กลไก refresh grants หรือการมอบหุ้นเพิ่มเติมในแต่ละปี เพื่อรักษาพนักงานให้อยู่กับบริษัทนานขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่อัตราการลาออกในวงการเอไอสูงถึง 20-30% ต่อปี เอกสารภายในระบุว่า บริษัทมี equity pool ขนาดใหญ่ สูงถึง 20% ของทุนทั้งหมด เพื่อรองรับการขยายตัวและการแข่งขันด้านบุคลากร
อย่างไรก็ตาม ค่าตอบแทนหุ้นเหล่านี้ยังคงเป็น “กระดาษ” (paper value) จนกว่าจะเกิด liquidity event เช่น IPO ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะเกิดขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า หากบริษัทสามารถรักษาความเป็นผู้นำในด้านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) อย่าง ChatGPT และ GPT-4o ได้ แม้จะมีความเสี่ยงจากกฎระเบียบและการแข่งขัน แต่ศักยภาพ upside ของหุ้นโอเพ่นเอไอยังคงดึงดูดใจพนักงานอย่างมาก
สรุปแล้ว ค่าตอบแทนหุ้นเฉลี่ย 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐของโอเพ่นเอไอไม่เพียงสะท้อนถึงความมั่งคั่งของบริษัท แต่ยังเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ทำให้บริษัทครองตำแหน่งผู้นำในการดึงดูดบุคลากรชั้นนำ สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในยุคเอไอที่กำลังบูมนี้
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)