OpenAI ปรับเพิ่มคาดการณ์การเผาผลาญเงินสดอีก 11.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากต้นทุน AI พุ่งสูงเกิน projection
OpenAI บริษัทพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำ ได้แจ้งนักลงทุนถึงการปรับเพิ่มคาดการณ์การเผาผลาญเงินสด (cash burn) อีก 11.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 5 ปีข้างหน้า เมื่อเทียบกับประมาณการก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงต้นทุนที่พุ่งสูงเกินคาดในการพัฒนาและใช้งานโมเดล AI ข้อมูลนี้มาจากเอกสารที่ OpenAI ส่งให้กับนักลงทุนบางส่วน โดย Wall Street Journal (WSJ) ได้รับการยืนยันจากบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง
การปรับคาดการณ์ดังกล่าวเกิดจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในการฝึกอบรม (training) และการอนุมาน (inference) โมเดล AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งโมเดลขนาดใหญ่ เช่น GPT-4o และโมเดลรุ่นถัดไป OpenAI คาดว่าจะขาดทุนสุทธิราว 12.7 ถึง 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ซึ่งสูงกว่าประมาณการเดิมที่ 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างมาก แม้ว่ารายได้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะทำได้ 3.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ และพุ่งขึ้นเป็น 11.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีหน้า แต่ต้นทุนการดำเนินงานที่พุ่งสูงกว่า ได้กลายเป็นปัจจัยกดดันหลัก
ต้นทุนหลักที่ทำให้เกิดการเผาผลาญเงินสดดังกล่าวมาจากการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูล (data centers) และหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPUs) จาก Nvidia OpenAI กำลังวางแผนสร้างคลัสเตอร์ GPU ขนาดยักษ์หลายแห่งทั่วโลก เพื่อรองรับการฝึกอบรมโมเดล AI ขนาดใหญ่ในอนาคต โครงการสำคัญ ได้แก่ Stargate ซึ่งเป็นศูนย์ข้อมูลมูลค่ากว่า 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ร่วมกับ Microsoft, SoftBank และ Oracle นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับ Oracle ในการเช่าพื้นที่ศูนย์ข้อมูลในเท็กซัส และข้อตกลงกับ SoftBank เพื่อลงทุน 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในการสร้างคลัสเตอร์ GPU ขนาด 100,000 หน่วยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI กล่าวในเอกสารที่ส่งให้นักลงทุนว่า “ต้นทุนในการฝึกอบรมโมเดลรุ่นใหม่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก” และบริษัทกำลังมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพโมเดลเพื่อลดต้นทุน inference ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนต้นทุนหลัก คาดการณ์ภายในของ OpenAI ชี้ว่าบริษัทจะสามารถทำกำไรได้ในปี 2029 หากรายได้เติบโตตามแผนที่ 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และอัตรากำไรขั้นดำเนินงาน (EBIT margin) อยู่ที่ 72% อย่างไรก็ตาม การเผาผลาญเงินสดสุทธิคาดว่าจะสูงถึง 44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ก่อนที่จะลดลง
การพึ่งพา Microsoft ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดย Microsoft ให้เงินทุนสนับสนุนกว่า 13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ปี 2019 และกำลังลงทุนเพิ่มอีกหลายพันล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน Azure เพื่อรองรับ OpenAI แต่ OpenAI กำลังกระจายความเสี่ยงโดยร่วมมือกับผู้ให้บริการคลาวด์อื่นๆ เช่น Oracle และ CoreWeave เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาเพียงผู้เล่นรายเดียว
นอกจากนี้ OpenAI ยังเผชิญความท้าทายจากคู่แข่ง เช่น Google, Anthropic และ xAI ซึ่งกำลังแข่งขันกันสร้างโมเดล AI ขนาดใหญ่เช่นกัน โดย Google มีข้อได้เปรียบจากโครงสร้างพื้นฐาน TPUs ของตนเอง ขณะที่ Anthropic ได้รับการสนับสนุนจาก Amazon Web Services (AWS) การแข่งขันนี้ทำให้ต้นทุน GPU พุ่งสูงขึ้นทั่วอุตสาหกรรม เนื่องจาก Nvidia กลายเป็นผู้ผลิตชิปที่ขาดแคลน
OpenAI ยังคงมุ่งมั่นกับแผนการระดมทุนครั้งใหญ่ โดย Altman กำลังเจรจากับนักลงทุนเพื่อระดมทุน 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่การประเมินมูลค่าบริษัท 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยชดเชยการเผาผลาญเงินสดที่เพิ่มขึ้น บริษัทคาดว่าจะมีเงินสดในคลังราว 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหลังระดมทุนสำเร็จ แต่การพึ่งพาการระดมทุนภายนอกยังคงเป็นความเสี่ยง หากนักลงทุนเริ่มกังวลกับอัตราการเผาผลาญเงินสดที่สูงลิ่ว
ในภาพรวม การปรับคาดการณ์นี้สะท้อนถึงความท้าทายของอุตสาหกรรม AI ที่ต้นทุนการพัฒนากำลังพุ่งสูงเกินความคาดหมาย แม้ OpenAI จะมีตำแหน่งผู้นำในตลาดแชทบอทและ API แต่การรักษาความสามารถในการแข่งขันจะต้องแลกมาด้วยการลงทุนมหาศาล ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ในอนาคต
(จำนวนคำ: 728)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)