การขายหุ้นภายในของ OpenAI สร้างมหาเศรษฐีหลายสิบคน โดยจำกัดการถอนเงินสูงสุดที่ 30 ล้านดอลลาร์ต่อคน
OpenAI บริษัทปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำ ได้ดำเนินการขายหุ้นภายในองค์กร (tender offer) ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานขายหุ้นส่วนตัวของตนแก่ SoftBank Group ในระดับการประเมินมูลค่าบริษัทก่อนรับเงินลงทุน (pre-money valuation) ที่ 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การขายหุ้นครั้งนี้กำหนดเพดานการถอนเงินสูงสุดที่ 30 ล้านดอลลาร์ต่อพนักงาน ส่งผลให้มีพนักงานประมาณ 75 คนที่บรรลุเพดานดังกล่าว และกลายเป็นมหาเศรษฐีหลายล้านดอลลาร์ในทันที
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความสนใจจากนักลงทุนรายใหญ่ โดย SoftBank ซึ่งนำโดย Masayoshi Son ถือเป็นผู้ซื้อหลักในการเสนอซื้อหุ้นจากพนักงาน OpenAI การขายหุ้นภายในนี้ช่วยให้พนักงานสามารถเปลี่ยนหุ้นส่วนตัวที่สะสมมานานหลายปีให้เป็นเงินสด โดยไม่ต้องรอการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) ซึ่งยังไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจน การกำหนดเพดาน 30 ล้านดอลลาร์ต่อคนมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายผลประโยชน์ให้พนักงานจำนวนมาก โดยหลีกเลี่ยงการให้เงินก้อนโตแก่พนักงานอาวุโสเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
จากข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวหลายราย ส่งผลให้พนักงานทั้ง 75 คนที่บรรลุเพดานได้รับเงินอย่างน้อย 30 ล้านดอลลาร์ต่อคน รวมมูลค่าประมาณ 2,250 ล้านดอลลาร์ที่ไหลเข้าสู่กระเป๋าพนักงานเหล่านี้ การคำนวณนี้มาจากราคาหุ้นที่กำหนดในการขาย ซึ่งสะท้อนถึงมูลค่าบริษัทที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ OpenAI มีการประเมินมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 80,000-90,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้านี้ สู่ระดับ 150,000 ล้านดอลลาร์ในครั้งนี้
กระบวนการขายหุ้นภายในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การจัดการสภาพคล่อง (liquidity) สำหรับพนักงาน OpenAI ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดย Sam Altman และกลุ่มนักวิจัยชั้นนำ พนักงานของบริษัทส่วนใหญ่ถือหุ้นผ่านทุนมนุษย์ (sweat equity) หรือตัวเลือกหุ้น (stock options) ที่ได้รับจากการทำงาน หากไม่มีการขายหุ้นภายใน พนักงานเหล่านี้จะต้องรอโอกาสการออกสู่ตลาดหุ้น ซึ่งอาจใช้เวลายาวนานหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ OpenAI ปรับโครงสร้างองค์กรจาก non-profit สู่ for-profit ในช่วงปี 2019
ก่อนหน้านี้ OpenAI เคยดำเนินการขายหุ้นภายในครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2024 โดยมี Thrive Capital เป็นผู้จัดการ และ SoftBank เป็นผู้สนับสนุนหลักในขณะนั้น การขายครั้งแรกกำหนดเพดานที่ 75 ล้านดอลลาร์ต่อพนักงาน แต่มีเพียงไม่กี่คนที่บรรลุระดับดังกล่าว เนื่องจากมูลค่าบริษัทยังอยู่ในระดับ 157,000 ล้านดอลลาร์หลังรับเงินลงทุน (post-money) อย่างไรก็ตาม การขายครั้งล่าสุดในเดือนธันวาคม 2024 ได้ปรับเพดานลงเหลือ 30 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้ครอบคลุมพนักงานจำนวนมากขึ้น สะท้อนถึงนโยบายที่มุ่งเน้นการรักษาพนักงาน (retention) และกระตุ้นขวัญกำลังใจท่ามกลางการแข่งขันดึงดูดบุคลากรในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ที่รุนแรง
แหล่งข่าวจากภายในอุตสาหกรรมเปิดเผยว่า พนักงานที่บรรลุเพดาน 30 ล้านดอลลาร์ส่วนใหญ่เป็นบุคลากรระดับกลางถึงอาวุโสที่ทำงานกับ OpenAI มานานกว่า 3-5 ปี โดยรวมถึงวิศวกร นักวิจัย และผู้จัดการทีมที่ได้รับตัวเลือกหุ้นจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของบริษัท นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ามีพนักงานอีกหลายร้อยคนที่ขายหุ้นได้ในระดับต่ำกว่าเพดาน ส่งผลให้มูลค่ารวมของการขายหุ้นภายในครั้งนี้สูงกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ โดย SoftBank รับซื้อหุ้นมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์จากพนักงาน และส่วนที่เหลือมาจากนักลงทุนอื่นๆ
การขายหุ้นครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของ SoftBank ซึ่งมีเป้าหมายที่จะลงทุนใน OpenAI สูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ หากบริษัทบรรลุเงื่อนไขบางประการ เช่น การพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้า นอกจากนี้ SoftBank ยังวางแผนลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ในระบบนิเวศของ OpenAI เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์
ผลกระทบจากการขายหุ้นภายในนี้ไม่เพียงแต่สร้างความมั่งคั่งให้พนักงาน แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของ OpenAI ในฐานะบริษัทที่มีศักยภาพสูงในการสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้น อย่างไรก็ตาม การกำหนดเพดานแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่รอบคอบ เพื่อป้องกันความเหลื่อมล้ำภายในองค์กร ท่ามกลางการเติบโตที่รวดเร็วของบริษัท ซึ่งมีรายได้พุ่งสูงถึงระดับหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปีจากบริการ ChatGPT และผลิตภัณฑ์อื่นๆ
ในบริบทกว้างขึ้น การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยบริษัทสตาร์ทอัพมูลค่าสูง (unicorns) หลายแห่งหันมาใช้การขายหุ้นภายในเพื่อรักษาบุคลากร แทนการรอ IPO ซึ่งอาจเผชิญความเสี่ยงจากสภาวะตลาดที่ผันผวน สำหรับ OpenAI การขายหุ้นครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้พนักงานมั่นใจในอนาคต ขณะที่บริษัทเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงโลก
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)