โอเพ่นเอไอ (OpenAI) กำลังตามรอยแอนโธรปิก (Anthropic) ในการจำกัดการเข้าถึงปัญญาประดิษฐ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ทรงพลัง
ในวงการปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว บริษัทชั้นนำเริ่มแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้งานที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านความมั่นคง โดยล่าสุดมีรายงานว่า โอเพ่นเอไอ กำลังจำกัดการเข้าถึงโมเดล AI ทรงพลังของตนสำหรับบริษัทด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (cybersecurity) โดยเฉพาะโมเดล o1-preview และ o1-mini ซึ่งคล้ายคลึงกับแนวทางของแอนโธรปิกที่เคยปฏิเสธการใช้งานจากบริษัทปาแลนเทียร์ (Palantir) สำหรับงานด้านกลาโหม
ตามแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ซึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) โอเพ่นเอไอกำลังตรวจสอบคำขอใช้งานจากบริษัท cybersecurity อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการนำโมเดล o1 ไปใช้ในการค้นหาช่องโหว่ (vulnerabilities) ในระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ โมเดลเหล่านี้มีศักยภาพสูงในการวิเคราะห์โค้ดโปรแกรมและตรวจจับจุดอ่อนได้เร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า ซึ่งบริษัท cybersecurity หลายแห่งแสดงความสนใจอย่างมาก เนื่องจากสามารถช่วยเร่งกระบวนการทดสอบความปลอดภัย (penetration testing) และป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์
อย่างไรก็ตาม โอเพ่นเอไอมองเห็นความเสี่ยงจากการใช้งานแบบ “dual-use” หรือการใช้งานสองทาง นั่นคือ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านการป้องกันได้ แต่ก็อาจถูกนำไปใช้ในทางตรงกันข้ามเพื่อการโจมตี เช่น การพัฒนาเครื่องมือแฮ็กกิ้ง (hacking tools) หรือการสอดแนม (surveillance) ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก แหล่งข่าวระบุว่า โอเพ่นเอไอได้ปฏิเสธคำขอจากบริษัท cybersecurity บางแห่งแล้ว และกำลังพิจารณานโยบายที่เข้มงวดยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายหรือผิดจริยธรรม
แนวโน้มนี้เกิดขึ้นหลังจากแอนโธรปิก ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่งสำคัญ ได้นำร่องไปก่อนหน้านี้ ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แอนโธรปิกได้ปฏิเสธไม่ให้ปาแลนเทียร์ใช้งานโมเดล Claude 3.5 Sonnet สำหรับงานด้านกลาโหมและข่าวกรอง โดยอ้างถึงนโยบายการใช้งานที่ห้ามนำ AI ไปใช้ในการสอดแนม การแฮ็ก หรือการพัฒนาอาวุธ นโยบายของแอนโธรปิกกำหนดไว้ชัดเจนว่า Claude จะไม่ถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่อาจละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือก่อให้เกิดอันตรายแก่สังคม ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์และการพัฒนาระบบอาวุธอัตโนมัติ ปาแลนเทียร์ซึ่งเป็นผู้รับเหมาทางทหารรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ได้พยายามเจรจาแต่ไม่สำเร็จ ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงการ
การตัดสินใจของแอนโธรปิกนี้สะท้อนถึงความรับผิดชอบด้านความปลอดภัย (AI safety) ที่บริษัท AI ชั้นนำเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลจากรัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกเกี่ยวกับการแข่งขัน AI ที่อาจนำไปสู่ “AI arms race” หรือการแข่งขันด้านอาวุธ AI รัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ได้เพิ่มการตรวจสอบบริษัท AI เกี่ยวกับการส่งออกเทคโนโลยีไปยังต่างประเทศ รวมถึงการใช้งานในภาครัฐและเอกชนด้านความมั่นคง
สำหรับโอเพ่นเอไอ แม้จะมีแนวทางการใช้งานที่ยืดหยุ่นกว่าในช่วงแรก โดยอนุญาตให้บริษัท cybersecurity เข้าถึงโมเดล GPT-4o และอื่นๆ แต่ตอนนี้กำลังปรับเปลี่ยนท่าที โดยเฉพาะกับโมเดล o1 ที่เพิ่งเปิดตัว ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน โอเพ่นเอไอยังคงยึดหลักแนวทางความปลอดภัย (safety guidelines) ที่กำหนดไว้ เช่น ห้ามใช้งานในการสร้างอาวุธชีวภาพหรือเคมี แต่กำลังขยายขอบเขตไปยัง cybersecurity เพื่อป้องกันการนำไปใช้ด้านอาชญากรรมไซเบอร์
ผู้เชี่ยวชาญในวงการมองว่า การจำกัดการเข้าถึงนี้เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม AI โดยบริษัทต่างๆ ต้อง cân bằngระหว่างการสร้างนวัตกรรมกับการควบคุมความเสี่ยง บริษัท cybersecurity อาจต้องหันไปใช้โมเดลที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า เช่น o1-mini ซึ่งมีข้อจำกัดน้อยกว่า แต่ประสิทธิภาพต่ำกว่า o1-preview ในขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวนี้ยังกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาโมเดล AI แบบเปิด (open-source) ที่ไม่ถูกจำกัด เพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า โอเพ่นเอไอกำลังเจรจากับหน่วยงานรัฐบาลเพื่อกำหนดกรอบการใช้งานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐฯ และพันธมิตร ซึ่งอาจนำไปสู่การกำหนดมาตรฐานสากลสำหรับ AI ในด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ สถานการณ์นี้ยังคงพัฒนาต่อไป และบริษัท AI ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งนักลงทุน ผู้กำกับดูแล และสังคมในการจัดการความเสี่ยงให้สมดุลกับโอกาสทางธุรกิจ
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนดนโยบายที่โปร่งใสและรับผิดชอบ เพื่อให้ AI เป็นเครื่องมือที่ยั่งยืนสำหรับสังคม โดยไม่กลายเป็นภัยคุกคามใหม่ในยุคดิจิทัล
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)