OpenAI ดึงดูดบริษัททุนส่วนบุคคลด้วยผลตอบแทนที่รับประกันในการแข่งขันกับ Anthropic
OpenAI กำลังใช้กลยุทธ์ใหม่ในการระดมทุน โดยเสนอผลตอบแทนที่รับประกันให้กับบริษัททุนส่วนบุคคล (Private Equity: PE) เพื่อแข่งขันกับ Anthropic คู่แข่งหลักในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลยุทธ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด โดย OpenAI พยายามระดมทุนจำนวนมหาศาลเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาด AI generative
ตามรายงาน OpenAI ได้ติดต่อบริษัท PE ชั้นนำหลายแห่ง เช่น Thrive Capital, Altimeter Capital และ Sequoia Capital เพื่อเสนอข้อตกลงการลงทุนที่คล้ายกับสินเชื่อมากกว่าหุ้นทั่วไป ข้อตกลงเหล่านี้มอบผลตอบแทนคงที่ที่รับประกัน แม้ว่าบริษัทจะประสบปัญหาทางการเงินหรือล้มเหลว ผู้ลงทุนจะได้รับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยตามกำหนด โดยมักผูกมัดกับรายได้ในอนาคตหรือทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของ OpenAI
ตัวอย่างข้อเสนอที่ OpenAI นำเสนอ ได้แก่ ผลตอบแทน 1.5 เท่าของเงินลงทุนภายใน 3 ปี หรือสูงถึง 10 เท่าในบางกรณี ตามเอกสารที่ The Information ได้รับ ข้อตกลงเหล่านี้แตกต่างจากรูปแบบ venture capital แบบดั้งเดิมที่พึ่งพาการเพิ่มมูลค่าหุ้น โดย PE firms จะได้รับการคุ้มครองผ่านกลไก เช่น การชำระหนี้ก่อน (senior debt) หรือสิทธิใน IP หาก OpenAI ไม่สามารถชำระได้
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรของ OpenAI เป็นปัจจัยสำคัญเบื้องหลังกลยุทธ์นี้ เดิมที OpenAI เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร แต่ได้ปรับโครงสร้างเป็นบริษัท営利 (for-profit) ในปี 2024 เพื่อดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่ โดย Sam Altman CEO ของบริษัท ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้เพื่อรองรับการขยายตัวที่รวดเร็ว OpenAI กำลังเผชิญกับการเผาผลาญเงินสด (cash burn) ในอัตราสูง โดยคาดว่าจะใช้จ่ายกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ จากต้นทุนการฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ เช่น GPT-4o และโครงสร้างพื้นฐาน GPU
ในการแข่งขันกับ Anthropic OpenAI ต้องระดมทุนอย่างน้อย 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่การประเมินมูลค่า 150 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Anthropic เพิ่งระดมทุน 4 พันล้านดอลลาร์จาก Amazon ที่การประเมินมูลค่า 18.4 พันล้านดอลลาร์ และได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจาก Google ทำให้ Anthropic มีเงินทุนสนับสนุนที่แข็งแกร่ง OpenAI จึงหันมาเสนอข้อตกลงที่ “ปลอดภัย” กว่าให้ PE firms ซึ่งมักหลีกเลี่ยงความเสี่ยงสูงของ startup AI
บริษัท PE ที่สนใจ เช่น Greenoaks Capital ได้ลงทุนใน OpenAI ไปแล้วราว 1 พันล้านดอลลาร์ โดยยอมรับข้อตกลงที่ให้ผลตอบแทนคงที่ นอกจากนี้ OpenAI ยังเจรจากับ SoftBank เพื่อระดมทุน 40 พันล้านดอลลาร์ที่การประเมินมูลค่า 340 พันล้านดอลลาร์ แต่การเจรจานี้ยังไม่สรุป กลยุทธ์ PE ช่วยให้ OpenAI ได้เงินทุนทันทีโดยไม่ต้องรอการประเมินมูลค่าสูงสุด
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่ากลยุทธ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทุนของ OpenAI หากต้องชำระหนี้จำนวนมากในอนาคต อาจลดความยืดหยุ่นทางการเงิน นอกจากนี้ การผูกมัด IP กับผู้ลงทุน PE อาจสร้างความเสี่ยงด้านสิทธิ์ในเทคโนโลยีหลักของบริษัท
OpenAI ยังคงเป็นผู้นำตลาด โดยมีรายได้จาก ChatGPT และ API ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะมีรายได้เกิน 3.5 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ แต่ต้นทุนที่สูงทำให้จำเป็นต้องมีเงินทุนใหม่ๆ ต่อเนื่อง การแข่งขันกับ Anthropic ซึ่งมี Claude 3.5 Sonnet ที่ได้คะแนนสูงใน benchmark บางรายการ ทำให้ OpenAI ต้องเร่งพัฒนาโมเดลใหม่ เช่น GPT-5
สรุปแล้ว กลยุทธ์การเสนอผลตอบแทนรับประกันของ OpenAI แสดงถึงการปรับตัวในยุค AI ที่ทุนหนักหน่วง โดยเปลี่ยนจาก venture capital สู่รูปแบบหนี้ที่มั่นคง เพื่อเอาชนะคู่แข่งและรักษาความได้เปรียบในอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
(จำนวนคำ: 728)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)