โอเพ่นเอไอ ยืนยันอย่างเป็นทางการเรื่องระดมทุนรอบยักษ์ใหญ่และแผนพัฒนา ChatGPT สู่ซูเปอร์แอป
กรุงเทพฯ – โอเพ่นเอไอ (OpenAI) บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำ ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการผ่านทางนายแซม อัลต์แมน (Sam Altman) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ เกี่ยวกับการเจรจาระดมทุนรอบใหม่ในระดับมหาศาล โดยคาดว่าจะระดมทุนได้สูงสุดถึง 6.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจทำให้มูลค่าบริษัทพุ่งสูงถึง 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหลังการลงทุน (post-money valuation) การยืนยันดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2567 ผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X (อดีตทวิตเตอร์) ของนายอัลต์แมน ซึ่งระบุว่า “เรากำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการปิดดีลระดมทุนรอบใหญ่จากนักลงทุนกลุ่มเดียวกันที่นำรอบก่อนหน้า โดยรายละเอียดเพิ่มเติมจะประกาศในเร็วๆ นี้”
การระดมทุนรอบนี้ถือเป็นหนึ่งในดีลที่ใหญ่ที่สุดในวงการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยอ้างอิงจากรายงานของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ซึ่งระบุว่านักลงทุนหลัก ได้แก่ ธ라이ฟ์ แคปิตอล (Thrive Capital) ที่เคยนำรอบก่อนหน้า รวมถึงซอฟต์แบงก์ (SoftBank) และนักลงทุนรายอื่นๆ การประเมินมูลค่าบริษัทที่ 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่ารอบก่อนหน้าที่ปิดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 ซึ่งระดมทุนได้ 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่มูลค่า 86 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กว่า 74 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นสูงของนักลงทุนต่อศักยภาพการเติบโตของโอเพ่นเอไอ ท่ามกลางกระแสความนิยมของ ChatGPT และผลิตภัณฑ์ AI อื่นๆ
ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวลือเกี่ยวกับการลงทุนจากซอฟต์แบงก์ในมูลค่าสูงถึง 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ต่อมาถูกปรับลดเหลือประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากข้อกังวลเรื่องการกำกับดูแลและความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าอาร์ม (Arm) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของซอฟต์แบงก์ ได้ถอนตัวจากการลงทุนบางส่วน ส่งผลให้โครงสร้างดีลปรับเปลี่ยนไป การยืนยันจากนายอัลต์แมนจึงเป็นการยุติความไม่แน่นอน และยืนยันว่าดีลกำลังใกล้เสร็จสิ้น โดยนักลงทุนหลักยังคงเป็นกลุ่มเดิมที่สนับสนุนโอเพ่นเอไออย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากเรื่องการระดมทุน โอเพ่นเอไอยังเผยวิสัยทัศน์สำคัญในการพัฒนา ChatGPT ให้กลายเป็น “ซูเปอร์แอป” (super app) คล้ายกับ WeChat ของเทนเซ็นต์ (Tencent) ซึ่งครอบคลุมทุกฟังก์ชันในชีวิตประจำวัน นายอัลต์แมนได้กล่าวถึงแผนนี้ในโพสต์บน X โดยระบุว่า “เรากำลังสร้าง everything app” โดย ChatGPT ในปัจจุบันมีฟีเจอร์หลากหลาย เช่น ความจำถาวร (persistent memory) โครงการ (projects) การสนทนาด้วยเสียง (voice mode) และแคนวาส (Canvas) สำหรับการแก้ไขข้อความและโค้ด นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนา ChatGPT Pay ซึ่งเป็นระบบชำระเงินผ่านแชท โดยร่วมมือกับสไตรป์ (Stripe) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมการเงินได้โดยตรงภายในแอปพลิเคชัน
การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของโอเพ่นเอไอในการขยายฐานผู้ใช้จากกว่า 200 ล้านผู้ใช้งานรายสัปดาห์ (weekly active users) สู่แพลตฟอร์มที่ครบวงจร รายได้จากสมาชิก ChatGPT Plus และ Team คาดว่าจะทะลุ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีในปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากราคาสมาชิกที่ปรับเพิ่มขึ้นและการเปิดตัวโมเดลใหม่ๆ เช่น o1 และ o1-mini ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการแก้ปัญหาซับซ้อน การพัฒนาซูเปอร์แอปจะช่วยให้โอเพ่นเอไอแข่งขันกับยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอื่นๆ เช่น กูเกิล (Google) แอปเปิล (Apple) และเมตา (Meta) ที่กำลังเร่งพัฒนา AI ในผลิตภัณฑ์ของตน
ในแง่ธุรกิจ การระดมทุนรอบนี้จะช่วยเสริมทุนสำหรับการวิจัยและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการลงทุนในชิปและศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของบริษัท AI โอเพ่นเอไอยังคงรักษาโครงสร้างบริษัทแบบ capped-profit ซึ่งจำกัดผลตอบแทนนักลงทุนที่ 100 เท่า เพื่อให้ความสำคัญกับภารกิจสร้าง AI เพื่อประโยชน์ส่วนรวม อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วยังเผชิญความท้าทาย เช่น การแข่งขันที่รุนแรง ค่าใช้จ่ายสูง และกฎระเบียบที่เข้มงวดจากหน่วยงานรัฐทั่วโลก
การยืนยันจากโอเพ่นเอไอครั้งนี้ไม่เพียงตอกย้ำสถานะผู้นำในอุตสาหกรรม AI แต่ยังเป็นสัญญาณบวกต่อนักลงทุนที่มองหาโอกาสในเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยคาดว่ารายละเอียดเพิ่มเติมจะเปิดเผยในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งอาจกำหนดทิศทางของตลาด AI ในปี 2568
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)