เอลอน มัสก์ และ แซม อัลต์แมน จะขึ้นศาลฟ้องร้องกัน ปมอนาคตของ OpenAI

อีลอน มัสก์ และ แซม อัลต์แมน เตรียมขึ้นศาลชิงชัยอนาคตของ OpenAI

ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ศาลรัฐบาลกลางแห่งสหรัฐอเมริกาในนครซานฟรานซิสโกได้กำหนดวันพิจารณาคดีหลักในคดีฟ้องร้องระหว่างอีลอน มัสก์ ผู้ก่อตั้งบริษัทเทสลาและสเปซเอ็กซ์ กับแซม อัลต์แมน ซีอีโอของ OpenAI คดีนี้ซึ่งถูกมองว่าเป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่เพื่อกำหนดทิศทางอนาคตของบริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำระดับโลก มีกำหนดเริ่มต้นในวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569 โดยมัสก์กล่าวหาว่า OpenAI ได้ละเมิดข้อตกลงดั้งเดิมที่ก่อตั้งบริษัทในรูปแบบองค์กรไม่แสวงผลกำไร

คดีนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 เมื่อมัสก์ยื่นฟ้อง OpenAI และอัลต์แมนต่อศาล โดยอ้างว่า OpenAI ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรจากไม่แสวงผลกำไรไปสู่รูปแบบบริษัทเพื่อผลกำไร ซึ่งขัดแย้งกับพันธกิจดั้งเดิมที่มุ่งพัฒนา AI เพื่อประโยชน์ส่วนรวม มัสก์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง OpenAI ร่วมกับอัลต์แมนในปี พ.ศ. 2558 ยืนยันว่าเขาได้ลงนามในข้อตกลงที่กำหนดให้ OpenAI ดำเนินงานภายใต้ใบอนุญาตแบบเปิด (open-source) และมุ่งเน้นการพัฒนา AI อย่างปลอดภัย โดยไม่แสวงหาผลกำไรส่วนตัว

ประวัติศาสตร์ของ OpenAI เริ่มต้นจากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของ AI ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ (superintelligence) ในปี พ.ศ. 2558 มัสก์ อัลต์แมน และนักวิจัยคนอื่นๆ รวมตัวกันก่อตั้ง OpenAI เพื่อให้แน่ใจว่า AI จะถูกพัฒนาให้เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ โดยบริษัทนี้จดทะเบียนเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรภายใต้กฎหมายรัฐเดลาแวร์ มัสก์บริจาคเงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสนับสนุนโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ. 2561 มัสก์ตัดสินใจลาออกจากคณะกรรมการบริหาร เนื่องจากเกิดความขัดแย้งเกี่ยวกับทิศทางของบริษัท โดยเขาเสนอให้ตัวเองเป็นผู้นำและควบคุมบริษัทให้อยู่ภายใต้อาณัติของเขา แต่ถูกปฏิเสธ

หลังจากมัสก์ลาออก OpenAI ได้รับการสนับสนุนทางการเงินมหาศาลจากไมโครซอฟท์ ซึ่งลงทุนรวมกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี พ.ศ. 2565 OpenAI สร้างชื่อเสียงระดับโลกด้วยการเปิดตัว ChatGPT โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ปฏิวัติวงการ AI ทำให้บริษัทมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 157,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ. 2567 อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 OpenAI ได้ก่อตั้งบริษัทลูกที่เป็นรูปแบบจำกัดความรับผิด (capped-profit) เพื่อดึงดูดนักลงทุน แต่ต่อมาในปี พ.ศ. 2567 ได้ประกาศแผนการแปลงเป็นบริษัทเพื่อผลกำไรเต็มรูปแบบ โดยอัลต์แมนและทีมผู้บริหารจะได้รับหุ้นส่วนใหญ่

มัสก์โต้แย้งในคำฟ้องว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการทรยศพันธกิจดั้งเดิม โดย OpenAI ได้กลายเป็น “บริษัทเพื่อผลกำไรที่มุ่งสร้างกำไรสูงสุดให้ไมโครซอฟท์” เขายกตัวอย่างว่าโมเดล GPT-4 ไม่ได้เปิดเผยโค้ดต้นแบบตามคำมั่นสัญญาเดิม และเรียกร้องให้ศาลสั่งให้ OpenAI กลับสู่รูปแบบไม่แสวงผลกำไร รวมถึงเปิดเผยโค้ดทั้งหมด นอกจากนี้ มัสก์ยังกล่าวหาว่าอัลต์แมนโกหกต่อสาธารณะเกี่ยวกับสถานะของบริษัท และละเมิดหน้าที่ fiduciary ต่อผู้ก่อตั้ง

ทางด้าน OpenAI และอัลต์แมนโต้กลับอย่างดุเดือด โดยยื่นฟ้องกลับมัสก์ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2567 กล่าวหาว่าเขาพยายามทำลายชื่อเสียงของบริษัทเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อส่งเสริม xAI บริษัท AI ของตัวเองที่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2566 OpenAI ยืนยันว่าการเปลี่ยนโครงสร้างเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแข่งขันในอุตสาหกรรม AI ที่ลงทุนสูง โดยไมโครซอฟท์และนักลงทุนอื่นๆ ต้องการผลตอบแทน อัลต์แมนแถลงว่า “OpenAI มุ่งมั่นกับพันธกิจเดิมเสมอ และการเป็นบริษัทเพื่อผลกำไรช่วยให้เราขยายผลกระทบได้มากขึ้น” นอกจากนี้ OpenAI ยังชี้ว่ามัสก์เคยเสนอให้ซื้อกิจการบริษัทในราคา 97,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี พ.ศ. 2566 แต่ถูกปฏิเสธเพราะราคาต่ำเกินไป

คดีนี้ได้รับการพิจารณาโดยผู้พิพากษาเอเดรียน เอลิซาเบธ นาวารโร ซึ่งในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 ได้ปฏิเสธคำร้องให้ยกเลิกคดีของ OpenAI และกำหนดกำหนดการค้นหาหลักฐาน (discovery) จนถึงปลายปี พ.ศ. 2568 ก่อนเข้าสู่การพิจารณาคดีเต็มรูปแบบ ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายคาดการณ์ว่าคดีนี้อาจยืดเยื้อหลายปี โดยมีประเด็นสำคัญคือการตีความข้อตกลงผู้ก่อตั้งที่คลุมเครือและการบังคับใช้พันธกิจไม่แสวงผลกำไร

นัยสำคัญของคดีนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ OpenAI เท่านั้น แต่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม AI โดยรวม มัสก์มองว่าความเสี่ยงของ AI ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ต้องถูกควบคุมโดยองค์กรไม่แสวงผลกำไร ในขณะที่อัลต์แมนเชื่อว่าการแข่งขันในตลาดเสรีจำเป็นต่อนวัตกรรม นักวิเคราะห์อย่างเกร็ก บร็อกแมน ประธาน OpenAI (ซึ่งเคยลาออกชั่วคราวในปี พ.ศ. 2566) ระบุว่าคดีนี้จะกำหนดมาตรฐานสำหรับบริษัท AI ในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องการเปิดเผยโค้ดและโครงสร้างองค์กร

ตลอดระยะเวลา 2 ปี คดีนี้ได้ดึงดูดความสนใจจากสื่อและนักลงทุนทั่วโลก โดยทั้งสองฝ่ายยังคงแข่งขันกันในสนาม AI มัสก์เปิดตัว Grok โมเดล AI ของ xAI ในปี พ.ศ. 2566 ขณะที่ OpenAI ยังคงพัฒนาโมเดลใหม่ๆ เช่น o1 ในปี พ.ศ. 2567 การขึ้นศาลครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การต่อสู่อำนาจ แต่เป็นการกำหนดอนาคตของ AI ที่มนุษยชาติทั้งใบกำลังจับตา

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)