Perplexity AI ถูกฟ้องข้อหาแบ่งปันข้อมูลกับ Meta และ Google

Perplexity AI ถูกฟ้องร้องกรณีถูกกล่าวหาว่าแบ่งปันข้อมูลกับ Meta และ Google

Perplexity AI บริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำที่พัฒนาเครื่องมือค้นหาด้วย AI กำลังเผชิญกับคดีฟ้องร้องแบบกลุ่ม (class-action lawsuit) จากผู้ใช้สามราย ซึ่งกล่าวหาว่าบริษัทแบ่งปันข้อมูลคำค้นหาของผู้ใช้กับ Meta (เจ้าของ Facebook) และ Google โดยไม่ได้รับความยินยอม คดีนี้ถูกยื่นต่อศาลแขวงรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ประจำเขตภาคเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567

ผู้ฟ้องร้องคดีนี้ประกอบด้วยบุคคลสามคน ได้แก่ Aaron M. Cohen, James C. Lazzara และอีกคนหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าพวกเขาใช้บริการ Perplexity Pro ซึ่งเป็นบริการสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน คำร้องฟ้องระบุว่า Perplexity ติดตั้งโค้ดติดตาม (tracking code) ของบุคคลที่สาม เช่น Facebook Pixel ของ Meta และ Google Analytics รวมถึง Google Tag Manager ของ Google บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของตน ส่งผลให้ข้อมูลคำค้นหาที่ละเอียดอ่อนของผู้ใช้ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Meta และ Google โดยตรง

ตามเอกสารคดี ผู้ฟ้องร้องชี้ให้เห็นว่าคำค้นหาของผู้ใช้ เช่น “ฉันควรลงทุนในหุ้น Tesla หรือไม่” หรือ “วิธีการทำยาเสพติด MDMA” ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Meta และ Google ในรูปแบบที่ไม่มีการปกปิด ทำให้บริษัทเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับโปรไฟล์ผู้ใช้บน Facebook หรือ Google ได้ นอกจากนี้ ยังมีการส่งข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ที่อยู่ IP, User Agent และข้อมูลบัญชีผู้ใช้ (เช่น อีเมล) ร่วมด้วย

ผู้ฟ้องร้องอ้างว่าการกระทำดังกล่าวละเมิดกฎหมายหลายฉบับของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:

  • California Invasion of Privacy Act (CIPA): ห้ามการดักฟังหรือบันทึกการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • California Constitutional Right to Privacy: สิทธิส่วนบุคคลในการปกป้องข้อมูลส่วนตัว
  • California Unfair Competition Law (UCL): ห้ามการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ
  • California Consumer Legal Remedies Act (CLRA): ปกป้องผู้บริโภคจากการหลอกลวง

นอกจากนี้ คำร้องฟ้องยังชี้ว่าการแบ่งปันข้อมูลนี้ขัดแย้งกับนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) ของ Perplexity ซึ่งระบุชัดเจนว่า “เราจะไม่แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้ (Personally Identifiable Information: PII) กับบุคคลที่สามโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคุณ” ผู้ฟ้องร้องมองว่านโยบายนี้เป็นการหลอกลวง ทำให้ผู้ใช้เชื่อมั่นในความเป็นส่วนตัวของบริการ

หลักฐานหลักในคดีมาจากการวิเคราะห์การรับส่งข้อมูลเครือข่าย (network traffic analysis) โดยบริษัท Grizzly Research ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยอิสระ พบว่าคำค้นหาของผู้ใช้ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ fbcdn.net (ของ Meta) และ Google Analytics ในรูปแบบ URL ที่ไม่มีการเข้ารหัสหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้ นอกจากนี้ ยังมีการใช้ Google Tag Manager เพื่อโหลดสคริปต์เพิ่มเติมที่อาจส่งข้อมูลเพิ่มเติม

Perplexity AI ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2565 ได้รับการระดมทุนรวมกว่า 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากนักลงทุนชั้นนำ เช่น NVIDIA, Jeff Bezos และ SoftBank ทำให้บริษัทมีมูลค่าตลาดเกินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (unicorn status) บริการหลักคือเครื่องมือค้นหา AI ที่ให้คำตอบพร้อมแหล่งอ้างอิง โดยอ้างว่ามีผู้ใช้รายวันกว่า 10 ล้านราย อย่างไรก็ตาม คดีนี้เป็นอุปสรรคสำคัญต่อภาพลักษณ์ของบริษัทที่เน้น “AI ที่โปร่งใสและเชื่อถือได้”

ในแถลงการณ์ตอบโต้ Perplexity ยืนยันว่า “เราใช้เครื่องมือวิเคราะห์มาตรฐานอุตสาหกรรม เช่น Google Analytics เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพบริการ ข้อมูลทั้งหมดถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้ (anonymized) และปฏิบัติตามกฎหมายความเป็นส่วนตัว เช่น GDPR และ CCPA” บริษัทยังระบุว่าไม่มีการส่งคำค้นหาไปยัง Meta หรือ Google ในลักษณะที่ละเมิดความเป็นส่วนตัว และจะต่อสู้คดีนี้อย่างเต็มที่

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายความเป็นส่วนตัวมองว่าคดีนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบการใช้เครื่องมือติดตาม (tracking tools) ในบริการ AI ซึ่งหลายบริษัทใช้เครื่องมือเหล่านี้โดยไม่แจ้งผู้ใช้อย่างชัดเจน Karl Frederick, ผู้เชี่ยวชาญด้าน CIPA กล่าวว่า “การส่งคำค้นหาที่ละเอียดอ่อนผ่านพิกเซลติดตามอาจถือเป็นการดักฟังภายใต้ CIPA หากไม่ได้รับความยินยอมที่ชัดเจน”

คดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ Perplexity เรื่องการใช้เนื้อหาจากเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งก่อนหน้านี้ Forbes และ Wired ได้กล่าวหาว่าบริษัทละเมิดลิขสิทธิ์ นอกจากนี้ ยังมีรายงานจาก New York Times เกี่ยวกับการขโมยเนื้อหาโดย AI search engine เหล่านี้

ผู้ฟ้องร้องเรียกร้องให้ศาลสั่งห้ามการแบ่งปันข้อมูลดังกล่าว คืนเงินให้ผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ และชดเชยความเสียหายทางกฎหมาย คดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้น และอาจขยายวงกว้างหากศาลรับเป็นคดีกลุ่ม

การพัฒนาของคดีนี้อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม AI search โดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่กฎหมายความเป็นส่วนตัวอย่าง CCPA และ GDPR เข้มงวดมากขึ้น บริษัท AI ต้องปรับนโยบายให้โปร่งใสยิ่งขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมาย

(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)