ผู้ต้องสงสัยโมโลตอฟที่โจมตีบ้าน Sam Altman น่าจะเป็นผู้ติดตาม Pause AI ที่หวาดกลัวการสูญพันธุ์จาก AI

ผู้ต้องสงสัยวางเพลิงบ้านนายซาม อัลต์แมน ผู้บริหาร OpenAI น่าจะเป็นผู้สนับสนุน Pause AI ที่หวาดกลัวการสูญพันธุ์จากปัญญาประดิษฐ์

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 ชายวัย 36 ปีชื่อนายคูเปอร์ ซี. ไฮนทซ์ (Cooper C. Heintz) ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจซานฟรานซิสโก หลังจากบุกเข้าไปในบ้านพักส่วนตัวของนายซาม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอบริษัท OpenAI ในย่านแพทรีคอฟ (Pacific Heights) ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนคนร่ำรวยของเมืองซานฟรานซิสโก เขาถูกกล่าวหาว่าทำการวางเพลิงโดยใช้ขวดโมโลทอฟ (Molotov cocktails) สองขวดโยนเข้าไปในบริเวณบ้าน ขณะที่นายอัลต์แมนไม่อยู่บ้านในขณะนั้น แต่ภรรยาและลูกชายวัย 9 เดือนของเขาอยู่ในบ้าน โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บร้ายแรง

ตามรายงานของสำนักข่าว ABC7 News และสื่ออื่นๆ ผู้ต้องสงสัยทิ้งใบปลิวจำนวนมากไว้ที่จุดเกิดเหตุ ใบปลิวเหล่านั้นมีข้อความประณามนายอัลต์แมนว่า “ซาม อัลต์แมนรับผิดชอบต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นับล้านคน” (Sam Altman is responsible for the genocide of millions) โดยข้อความดังกล่าวอ้างอิงถึงความเสี่ยงจากการพัฒนาปัญญาปลอม (AI) ที่อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษยชาติ นอกจากนี้ ใบปลิวยังมีลิงก์ไปยังเว็บไซต์ PauseAI.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของกลุ่ม Pause AI กลุ่มเคลื่อนไหวที่เรียกร้องให้หยุดชะงักการพัฒนาโมเดล AI ขนาดยักษ์ เนื่องจากกังวลว่าอาจก่อให้เกิดภัยคุกคามระดับการสูญพันธุ์

Pause AI เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ต่อต้านการพัฒนา AI อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะโมเดลขนาดใหญ่ที่เทรนด้วย GPU จำนวนมาก กลุ่มนี้เชื่อว่าการพัฒนา AI ในอัตราปัจจุบันอาจนำไปสู่จุดที่ AI เกินควบคุมและก่อให้เกิดหายนะต่อมนุษยชาติ Pause AI ได้จัดการประท้วงหลายครั้งต่อต้าน OpenAI และบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น การประท้วงนอกสำนักงาน OpenAI ในซานฟรานซิสโกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 โดยผู้ประท้วงสวมเสื้อที่มีข้อความ “หยุด AI ขนาดยักษ์เดี๋ยวนี้” (Pause Giant AI Experiments Now)

จากการตรวจสอบโซเชียลมีเดียของนายไฮนทซ์ พบว่าเขามีความเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับแนวคิดของ Pause AI อย่างชัดเจน บัญชี X (เดิมชื่อ Twitter) ของเขามีการโพสต์ข้อความต่อต้าน AI หลายครั้ง เช่น “AI จะนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์” (AI will lead to human extinction) และ “เราต้องหยุด OpenAI ก่อนที่มันจะสายเกินไป” (We must stop OpenAI before it’s too late) นอกจากนี้ เขายังติดตามบัญชีของ Pause AI และผู้นำกลุ่ม เช่น นายทิโมธี ฟาน (Timothy Fan) ผู้ก่อตั้ง Pause AI รวมถึงบัญชีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวหยุด AI

นายไฮนทซ์เคยเข้าร่วมกิจกรรมประท้วงของ Pause AI โดยมีภาพถ่ายจากโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่าเขาสวมเสื้อยืดของกลุ่มและเข้าร่วมการชุมนุมนอกสำนักงาน OpenAI โพสต์ของเขายังแสดงถึงความโกรธแค้นต่อนายอัลต์แมนเป็นการส่วนตัว โดยกล่าวหาว่านายอัลต์แมนกำลังเร่งพัฒนา AI ที่อาจทำลายมนุษยชาติเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

ตามเอกสารของศาลที่เปิดเผยต่อสื่อ นายไฮนทซ์ถูกตั้งข้อหาลักทรัพย์บุกรุกและทำลายทรัพย์สินโดยใช้เพลิงไหม้ เขายอมรับต่อเจ้าหน้าที่ว่าเป็นผู้ก่อเหตุ แต่ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแรงจูงใจ ทนายความของเขายืนยันว่านายไฮนทซ์ไม่มีประวัติอาชญากรรมมาก่อน และกำลังทำงานในฐานะโปรแกรมเมอร์อิสระในซานฟรานซิสโก

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความตึงเครียดในวงการ AI โดยเฉพาะหลังจาก Pause AI ได้รับความสนใจจากบุคคลสำคัญ เช่น นายเอลอน มัสก์ (Elon Musk) ผู้ก่อตั้ง xAI และอดีตผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI ซึ่งเคยสนับสนุนแนวคิดการหยุดชะงัก AI ชั่วคราว นอกจากนี้ จดหมายเปิดผนึกจากนักวิทยาศาสตร์ AI กว่า 1,000 คนเมื่อปี 2566 ก็เรียกร้องให้หยุดพัฒนาโมเดล AI ขนาดใหญ่กว่า GPT-4 ชั่วคราวเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม Pause AI ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ โดยระบุว่า “เราไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงในรูปแบบใดๆ และการกระทำดังกล่าวไม่สอดคล้องกับหลักการของเรา” (We do not condone any form of violence and this action does not align with our principles) กลุ่มนี้ย้ำว่าการเคลื่อนไหวของพวกเขามุ่งเน้นไปที่การประท้วงอย่างสันติและการรณรงค์ทางกฎหมายเท่านั้น

เหตุการณ์วางเพลิงบ้านนายอัลต์แมนนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นในชุมชน AI โดยเฉพาะระหว่างฝ่ายที่สนับสนุนการพัฒนา AI อย่างรวดเร็วเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและนวัตกรรม กับฝ่ายที่กังวลถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการสูญพันธุ์ นายอัลต์แมนเองเคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของ AI ในอดีต แต่ยืนยันว่าการพัฒนาต่อไปอย่างรับผิดชอบเป็นทางออกที่ดีที่สุด

เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาความเชื่อมโยงอื่นๆ และคาดว่าจะมีการพิจารณาคดีในเร็วๆ นี้ เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความแตกแยกในสังคมเทคโนโลยีที่อาจนำไปสู่การกระทำที่รุนแรงหากไม่มีการจัดการอย่างเหมาะสม

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)