ไบต์แดนซ์จำกัดการเข้าถึง Seedance หลังดิสนีย์ขู่ออกมาตรการทางกฎหมายฐานละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
บริษัทไบต์แดนซ์ (ByteDance) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มติ๊กต็อก (TikTok) ได้ตัดสินใจจำกัดการเข้าถึง Seedance ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างวิดีโอด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตัวใหม่ของบริษัท หลังจากที่ดิสนีย์ (Disney) ส่งหนังสือขู่ออกมาตรการทางกฎหมายเนื่องจากละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property หรือ IP) โดย Seedance ถูกจำกัดให้ใช้งานได้เฉพาะพนักงานภายในบริษัทเท่านั้น ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้อีกต่อไป
Seedance เป็นโมเดลสร้างวิดีโอจากข้อความ (text-to-video) ที่คล้ายคลึงกับ Sora ของ OpenAI โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ภายในเวลาไม่กี่วัน เครื่องมือดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างสูง โดยมีผู้เข้าชมเว็บไซต์มากกว่า 5 ล้านครั้ง ตามข้อมูลจาก SimilarWeb Seedance ถูกฝึกฝน (trained) โดยใช้คลังวิดีโอสาธารณะจำนวนมหาศาล ซึ่งรวมถึงเนื้อหาจากยูทูบ (YouTube) ทำให้สามารถสร้างวิดีโอคุณภาพสูงได้อย่างน่าประทับใจ
อย่างไรก็ตาม ความสามารถดังกล่าวนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมาย เมื่อผู้ใช้เริ่มสร้างวิดีโอที่เลียนแบบตัวละครและสไตล์ของดิสนีย์ เช่น เมาส์มิคกี้ (Mickey Mouse) สไปเดอร์แมน (Spider-Man) และภาพยนตร์แอนิเมชันชื่อดังอื่นๆ ของดิสนีย์ ตัวอย่างวิดีโอที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นถึงความสมจริงสูง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวและกราฟิกที่ใกล้เคียงกับผลงานต้นฉบับของดิสนีย์อย่างมาก
ดิสนีย์ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวด ได้ส่งหนังสือเตือน (cease-and-desist letter) ไปยังไบต์แดนซ์ทันที โดยเรียกร้องให้หยุดการใช้งาน Seedance ในทันที เนื่องจากถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้าของบริษัท หนังสือดังกล่าวระบุชัดเจนว่าการสร้างเนื้อหาที่เลียนแบบตัวละครและสไตล์ของดิสนีย์โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นขัดต่อกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
ไบต์แดนซ์ตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยยืนยันผ่านโพสต์บนเว็บไซต์ Seedance ว่าบริษัทได้ปรับเปลี่ยนสถานะของเครื่องมือดังกล่าวให้เป็นการใช้งานภายในองค์กรเท่านั้น “เพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและข้อกำหนดทางกฎหมาย” ตามคำแถลงการณ์ของบริษัท นอกจากนี้ ไบต์แดนซ์ยังได้ลบตัวอย่างวิดีโอที่ละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากเว็บไซต์ และปิดกั้นการเข้าถึงจากภายนอกโดยสมบูรณ์
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความกังวลเกี่ยวกับการฝึกฝนโมเดล AI โดยใช้ข้อมูลที่อาจละเมิดลิขสิทธิ์ Seedance ถูกพัฒนาบนพื้นฐานของโมเดล HunyuanVideo ซึ่งเป็นเทคโนโลยีวิดีโอ AI ของบริษัทเอง โดยเน้นการสร้างวิดีโอความยาว 6 วินาที ความละเอียด 720p ที่อัตราเฟรม 24 fps ผู้ใช้สามารถป้อนคำสั่งข้อความเพื่อสร้างวิดีโอได้ โดยก่อนหน้านี้ เครื่องมือนี้ได้รับคำชื่นชมจากชุมชน AI ทั่วโลก เนื่องจากคุณภาพที่เทียบเท่ากับคู่แข่งชั้นนำ
การจำกัดการเข้าถึง Seedance สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่บริษัทเทคโนโลยี AI กำลังเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการจัดการข้อมูลฝึกฝนและการหลีกเลี่ยงการละเมิด IP ของบุคคลที่สาม ไบต์แดนซ์ซึ่งมีประสบการณ์จากกรณีปัญหากับแพลตฟอร์มติ๊กต็อกในหลายประเทศ ได้แสดงให้เห็นถึงการตอบสนองที่รวดเร็วเพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า Seedance จะกลับมาเปิดให้ใช้งานสาธารณะอีกหรือไม่ หรือบริษัทจะปรับปรุงโมเดลเพื่อป้องกันปัญหาคล้ายกันในอนาคต
นอกจากนี้ Seedance ยังถูกผสานรวมเข้ากับ Douyin ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มติ๊กต็อกเวอร์ชันจีน ทำให้ผู้ใช้ในจีนสามารถทดลองใช้งานได้ในช่วงแรก แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ การเข้าถึงทั้งหมดถูกระงับ ในขณะที่ชุมชนผู้พัฒนา AI ยังคงติดตามความคืบหน้าของเทคโนโลยีนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นตัวอย่างของความก้าวหน้าด้าน text-to-video ที่อาจเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง
เหตุการณ์ดังกล่าวยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความจำเป็นในการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนสำหรับการพัฒนา AI ในยุคที่เนื้อหาสร้างโดยเครื่องจักร (generative AI) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทอย่างดิสนีย์ซึ่งลงทุนมหาศาลในเนื้อหาต้นฉบับ จะไม่ยอมปล่อยให้เกิดการละเมิดโดยง่าย และไบต์แดนซ์เองก็ต้องปรับตัวเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือในตลาดโลก
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)