วอร์เนอร์ บราเธอร์ส กล่าวหา ByteDance ฝึกโมเดล SeaDance ด้วยตัวละครลิขสิทธิ์ของตนอย่างจงใจ สร้างกระแสต่อต้านจากฮอลลีวูดยิ่งรุนแรงขึ้น
วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ดิสคัฟเวอรี่ (Warner Bros. Discovery) บริษัทภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ออกมาแถลงการณ์กล่าวหา ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ว่าได้ฝึกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับสร้างวิดีโอชื่อ SeaDance โดยใช้ตัวละครลิขสิทธิ์ของบริษัทอย่างจงใจ โดยส่งจดหมายเตือนให้หยุดและยุติการกระทำดังกล่าว (cease-and-desist letter) เมื่อเร็วๆ นี้ การกระทำนี้ถูกมองว่าเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างร้ายแรง และเป็นส่วนหนึ่งของกระแสต่อต้านจากอุตสาหกรรมฮอลลีวูดที่กำลังทวีความรุนแรงต่อบริษัทเทคโนโลยี AI ที่ใช้เนื้อหาลิขสิทธิ์ในการฝึกโมเดล
SeaDance เป็นโมเดลสร้างวิดีโอด้วย AI แบบโอเพ่นซอร์ส (open-source) ที่ ByteDance เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยสามารถสร้างวิดีโอคุณภาพสูงจากข้อความอธิบาย (text-to-video) ได้อย่างน่าประทับใจ โมเดลนี้ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการ AI เนื่องจากประสิทธิภาพที่เหนือกว่าโมเดลคู่แข่งบางตัว อย่างไรก็ตาม วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ชี้ให้เห็นว่า SeaDance สามารถสร้างตัวละครที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบริษัทได้อย่างแม่นยำ เช่น แบ๊กส์ บันนี่ (Bugs Bunny) แดฟฟี่ ดั๊ก (Daffy Duck) สไปเดอร์แมน (Spider-Man) แบทแมน (Batman) และซูเปอร์แมน (Superman) ซึ่งเป็นตัวละครจากภาพยนตร์แอนิเมชั่นลูนนีย์จูนส์ (Looney Tunes) และจักรวาลดีซี (DC Comics) ที่วอร์เนอร์ บราเธอร์ส เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว
ตามแถลงการณ์ของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส การที่ SeaDance สร้างตัวละครเหล่านี้ได้อย่างละเอียดและเหมือนจริงนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการฝึกโมเดลด้วยข้อมูลลิขสิทธิ์ของบริษัทโดยตรง “นี่คือการละเมิดที่ชัดเจนและจงใจ” โฆษกของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ระบุ โดยบริษัทเชื่อว่า ByteDance ได้ดึงข้อมูล (scraping) จากเนื้อหาภาพยนตร์ ซีรีส์ และภาพประกอบของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส มาฝึกโมเดล SeaDance โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มสูงขึ้นในอุตสาหกรรมบันเทิงฮอลลีวูดเกี่ยวกับการใช้ AI ที่ฝึกด้วยเนื้อหาลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต บริษัทภาพยนตร์หลายแห่งมองว่าเทคโนโลยี AI กำลังคุกคามรายได้และความคิดสร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โมเดลโอเพ่นซอร์สอย่าง SeaDance ถูกเผยแพร่ให้สาธารณชนเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้งานในวงกว้างโดยไม่มีการควบคุม วอร์เนอร์ บราเธอร์ส เน้นย้ำว่าการกระทำของ ByteDance ไม่เพียงแต่ละเมิดลิขสิทธิ์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์โดยรวม ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับผู้สร้างเนื้อหาที่ลงทุนมหาศาลในการผลิตตัวละครเหล่านี้
กระแสต่อต้านนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่วอร์เนอร์ บราเธอร์สเท่านั้น บริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่อื่นๆ เช่น ดิสนีย์ (Disney) และยูนิเวอร์แซล (Universal) ก็ได้ดำเนินการทางกฎหมายคล้ายกัน โดยดิสนีย์ได้ฟ้องร้อง Midjourney และ Stability AI ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ตัวละครมาร์เวล (Marvel) และสตาร์วอร์ส (Star Wars) ขณะที่นิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) และนักข่าวอิสระหลายรายก็ยื่นฟ้อง OpenAI และ Microsoft ฐานใช้บทความในการฝึกโมเดล ChatGPT การเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนถึงความพยายามของฮอลลีวูดในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาจากการบุกรุกของ AI ซึ่งหลายครั้งมักอ้างถึง “การใช้งานที่เป็นธรรม” (fair use) เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ
ในส่วนของ ByteDance ยังไม่มีคำแถลงการณ์ตอบโต้อย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหานี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทเคยเผชิญคดีความทางกฎหมายหลายครั้งจากเนื้อหาบน TikTok ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะเพลงและคลิปวิดีโอจากสตูดิโอภาพยนตร์ใหญ่ ByteDance เองก็กำลังเผชิญแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับความมั่นคงของข้อมูลผู้ใช้บน TikTok ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้น การเปิดตัว SeaDance ในฐานะโมเดลโอเพ่นซอร์สอาจเป็นกลยุทธ์เพื่อแข่งขันกับบริษัทอย่าง OpenAI และ Google แต่กลับกลายเป็นดาบสองคม เมื่อถูกกล่าวหาว่าฝึกด้วยข้อมูลที่ผิดกฎหมาย
สำหรับอุตสาหกรรม AI การโต้แย้งเรื่องการฝึกโมเดลด้วยข้อมูลลิขสิทธิ์ยังคงเป็นประเด็นถกเถียง โดยบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งยืนยันว่าข้อมูลที่ใช้เป็นข้อมูลสาธารณะหรือถูก scrape มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่สตูดิโอภาพยนตร์โต้แย้งว่าการ scrape ข้อมูลจำนวนมหาศาลโดยอัตโนมัติเพื่อฝึกโมเดลขนาดใหญ่คือการละเมิดที่จงใจ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส หวังว่าจดหมายเตือนฉบับนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการบังคับให้ ByteDance ลบข้อมูลลิขสิทธิ์ออกจากโมเดล และหยุดการเผยแพร่เวอร์ชันที่ฝึกด้วยเนื้อหาของบริษัท หากไม่ปฏิบัติตาม บริษัทอาจดำเนินการทางกฎหมายเต็มรูปแบบ ซึ่งจะเป็นคดีตัวอย่างสำคัญสำหรับอุตสาหกรรม
สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างนวัตกรรม AI กับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา โดยฮอลลีวูดกำลังรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องกฎระเบียบที่ชัดเจนมากขึ้นจากรัฐบาลและศาล เพื่อป้องกันไม่ให้ AI กลายเป็นเครื่องมือทำลายล้างอุตสาหกรรมบันเทิงที่สร้างงานและรายได้มหาศาลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ยืนยันว่าจะปกป้องตัวละครอันเป็นมรดกของบริษัทอย่างสุดความสามารถ เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างเทคโนโลยีใหม่กับการสร้างสรรค์มนุษย์
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)