แผนสตาร์เกตในยุโรปของ OpenAI หดตัวลง ขณะที่ Microsoft และ Google เข้าควบคุมกำลังการผลิต
OpenAI กำลังปรับลดแผนการสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในยุโรปสำหรับโครงการสตาร์เกตของบริษัท ตามที่ The Decoder ได้รับทราบ โดยเดิมที OpenAI มีความทะเยอทะยานในการเจรจากับผู้ให้บริการพลังงานและผู้ประกอบการศูนย์ข้อมูลในสวีเดนและสหราชอาณาจักร เพื่อจัดหากำลังการผลิตระดับหลายกิกะวัตต์ (multi-gigawatt-scale) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสตาร์เกตที่มุ่งพัฒนาซูเปอร์คอมพิวเตอร์ขนาดมหึมาเพื่อรองรับการฝึกโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในอนาคต
โครงการสตาร์เกตถือเป็นหนึ่งในแผนการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม AI โดยมีมูลค่าประมาณ 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเดิมถูกวางแผนไว้ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก แต่ OpenAI มองว่ายุโรปเป็นทำเลที่น่าสนใจเนื่องจากมีแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะในสวีเดนซึ่งมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากน้ำและลมจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวกำลังเผชิญอุปสรรคจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด และการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งรายใหญ่
ในสวีเดน OpenAI ได้เข้าเจรจากับ Vattenfall ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานชั้นนำของสแกนดิเนเวีย เพื่อขอรับกำลังไฟฟ้าสูงถึง 1.5 กิกะวัตต์สำหรับศูนย์ข้อมูล แต่ Microsoft ได้เซ็นสัญญากับ Vattenfall ก่อนหน้านี้ในปีนี้ โดยรับกำลังไฟฟ้า 1 กิกะวัตต์สำหรับศูนย์ข้อมูลที่จะเริ่มดำเนินการในปี 2026 ข้อตกลงนี้ครอบคลุมการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (small modular reactors: SMRs) เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจาก AI Microsoft ยังได้ลงทุนในโครงการพลังงานนิวเคลียร์อื่นๆ ในสวีเดนผ่านบริษัทพันธมิตรอย่าง Vattenfall และ Northvolt ซึ่งยิ่งทำให้กำลังการผลิตในภูมิภาคนี้ถูกครอบครองไปมาก
ไม่เพียงเท่านั้น Google ก็กำลังขยายการลงทุนในยุโรปอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทได้ประกาศแผนสร้างศูนย์ข้อมูลในฟินแลนด์และสวีเดน ซึ่งใช้พลังงานหมุนเวียนจากลมและน้ำ Google มีข้อตกลงกับ Fortum ในฟินแลนด์สำหรับกำลังไฟฟ้า 240 เมกะวัตต์ และกำลังเจรจาเพิ่มเติมในสวีเดน สิ่งเหล่านี้ทำให้พื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในนอร์ดิกถูกจองล่วงหน้าเกือบทั้งหมด
ในสหราชอาณาจักร OpenAI ก็เผชิญสถานการณ์คล้ายกัน โดยเดิมมีแผนจัดหาที่ดินขนาดใหญ่สำหรับศูนย์ข้อมูลหลายแห่ง แต่ Microsoft ได้เซ็นสัญญาเช่าศูนย์ข้อมูลจากผู้ประกอบการอย่าง Vantage Data Centers และ EdgeConneX ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หลายแสนตารางเมตร นอกจากนี้ Google ยังขยายศูนย์ข้อมูลในลอนดอนและบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้ OpenAI ต้องปรับกลยุทธ์ โดยหันไปพึ่งพาศูนย์ข้อมูลขนาดเล็กลงหรือเช่าพื้นที่จากพันธมิตรแทนการสร้างใหม่ทั้งหมด
ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงความจริงที่ว่า OpenAI ยังคงพึ่งพา Microsoft ในฐานะพันธมิตรหลัก โดย Microsoft ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ Azure ซึ่งเป็นฐานสำหรับโมเดล GPT ตั้งแต่แรกเริ่ม แม้ OpenAI จะพยายามกระจายความเสี่ยงด้วยการสร้างศูนย์ข้อมูลของตัวเอง แต่การขาดแคลนชิป GPU จาก NVIDIA และปัญหาพลังงานทำให้บริษัทต้องยอมถอย Microsoft เองก็กำลังสร้าง “Stargate” ในสหรัฐฯ ร่วมกับ OpenAI แต่ในยุโรป Microsoft กำลังนำหน้าไปไกล
Google ซึ่งพัฒนาโมเดล Gemini ของตัวเอง ก็ไม่ยอมแพ้ โดยบริษัทมีแผนลงทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก รวมถึงยุโรป การครองกำลังการผลิตเหล่านี้ไม่เพียงช่วย Google รองรับการเติบโตของบริการคลาวด์อย่าง Google Cloud แต่ยังเป็นการป้องกันไม่ให้คู่แข่งอย่าง OpenAI ได้เปรียบ
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับ OpenAI ระบุว่า บริษัทกำลังมองหาทางเลือกอื่น เช่น การร่วมมือกับรัฐบาลอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สำหรับโครงการ Stargate ในตะวันออกกลาง ซึ่งมีข้อตกลงพลังงานนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ แต่ในยุโรป แผนกำลังถูกเลื่อนหรือลดขนาดลง โดย OpenAI อาจต้องพึ่งพาการเช่าศูนย์ข้อมูลจาก Microsoft และ Google มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระของบริษัทในระยะยาว
สถานการณ์นี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน AI ที่ร้อนระอุ โดยผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Microsoft และ Google มีข้อได้เปรียบจากเงินทุนมหาศาลและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว ในขณะที่ OpenAI ต้องปรับตัวให้เข้ากับความเป็นจริงของตลาดพลังงานยุโรปที่ตึงตัว ยุโรปซึ่งเดิมถูกมองว่าเป็นฮับ AI ถัดไป อาจกลายเป็นสมรภูมิที่คู่แข่งจากสหรัฐฯ ครองอำนาจมากขึ้น
นอกจากนี้ กฎระเบียบของสหภาพยุโรป (EU) อย่าง Digital Markets Act (DMA) และข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวข้อมูล (GDPR) ยังเป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม ทำให้การสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ต้องใช้เวลานานและต้นทุนสูง OpenAI จึงเลือกกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันกับโมเดล AI รุ่นใหม่ๆ
โดยสรุป แผนสตาร์เกตในยุโรปของ OpenAI กำลังหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการครอบครองกำลังการผลิตโดย Microsoft และ Google ซึ่งส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์โครงสร้างพื้นฐาน AI ในภูมิภาคนี้ OpenAI ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เสียเปรียบในการแข่งขันระดับโลก
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)