การผลักดันความเป็นอิสระด้านเซมิคอนดักเตอร์ของจีนกำลังเปลี่ยนการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ให้กลายเป็นช่วงบูมในประเทศ
การควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐอเมริกาที่มุ่งเป้าไปยังจีนกำลังกลายเป็นแรงผลักดันให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว แทนที่จะเป็นอุปสรรค จีนได้ตอบโต้ด้วยนโยบายส่งเสริมความเป็นอิสระทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะในภาคเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ การลงทุนมหาศาลและการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศกำลังสร้างการเติบโตแบบบูมในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่การผลิตชิปไปจนถึงอุปกรณ์และซอฟต์แวร์สนับสนุน
ตั้งแต่ปี 2565 สหรัฐฯ ได้บังคับใช้มาตรการควบคุมการส่งออกที่เข้มงวด โดยห้ามส่งออกชิปขั้นสูง เครื่องมือผลิต และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องไปยังจีน เพื่อยับยั้งความสามารถทางทหารและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีน หน่วยงาน Bureau of Industry and Security (BIS) ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ขยายขอบเขตมาตรการเหล่านี้หลายครั้ง โดยล่าสุดในปี 2567 ได้เพิ่มรายชื่อผู้ส่งออกจีน 140 รายที่ถูกควบคุม และจำกัดการเข้าถึงเครื่องมือ lithography จาก ASML และ Applied Materials อย่างไรก็ตาม แทนที่จะทำให้จีนถดถอย มาตรการเหล่านี้กลับกระตุ้นให้รัฐบาลจีนเร่งรัดแผน “Made in China 2025” และนโยบายความมั่นคงแห่งชาติด้านเซมิคอนดักเตอร์
จีนได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้ โดยกองทุนเซมิคอนดักเตอร์กองที่สาม (Big Fund III) มีขนาด 344 พันล้านหยวน (ราว 47,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งใหญ่กว่ากองทุนก่อนหน้าทั้งหมดรวมกัน กองทุนนี้มุ่งเน้นการลงทุนในโรงงานผลิตชิป (fabs) อุปกรณ์การผลิต และวัสดุ โดยบริษัท Semiconductor Manufacturing International Corporation (SMIC) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปแบบฟาวน์ดรี่รายใหญ่ที่สุดของจีน ได้รับการสนับสนุนหลัก SMIC สามารถผลิตชิปขนาด 7 นาโนเมตร (nm) ได้แล้ว แม้จะไม่มีเครื่อง EUV lithography จาก ASML โดยใช้เทคนิค multi-patterning บนเครื่อง DUV ซึ่งนำไปใช้ในสมาร์ทโฟน Huawei Mate 60 Pro ที่เปิดตัวในปี 2566
นอกจากนี้ SMIC ยังขยายกำลังการผลิตในโหนดขนาดใหญ่กว่า เช่น 28nm และโหนดเก่ากว่า (mature nodes) ซึ่งมีความต้องการสูงจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เซิร์ฟเวอร์ AI และอุปกรณ์ IoT ข้อมูลจาก TrendForce ระบุว่าจีนครองส่วนแบ่งตลาดการผลิตชิปโหนด 28nm มากกว่า 30% และกำลังขยายเพิ่มอีก 1 ล้านแผ่นเวเฟอร์ต่อเดือนในปี 2567 ความต้องการชิปเหล่านี้พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากจีนเป็นตลาด EV ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยบริษัทอย่าง BYD และ Tesla (โรงงานในจีน) ต้องการชิปจำนวนมากสำหรับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติและแบตเตอรี่
มาตรการควบคุมของสหรัฐฯ ยังกระตุ้นการเติบโตของผู้ผลิตอุปกรณ์ในประเทศ จีนกำลังลดการพึ่งพาการนำเข้าอุปกรณ์จากสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และยุโรป โดยบริษัท Naura Technology ซึ่งเป็นผู้นำด้านเครื่อง etching ได้รับส่วนแบ่งตลาดในจีนเพิ่มขึ้นเป็น 40% จากเดิม 20% ในปี 2565 Naura ขยายกำลังการผลิตและส่งออกไปยังตลาดอื่นๆ เช่น มาเลเซีย AMEC (Advanced Micro-Fabrication Equipment) เชี่ยวชาญด้านเครื่อง deposition และ etching เช่นกัน โดยมีส่วนแบ่งตลาดในจีนราว 25% ส่วน S.C. (Shanghai Micro Electronics Equipment) กำลังพัฒนาเครื่อง lithography แบบ DUV และมุ่งสู่ ArF immersion lithography เพื่อทดแทน ASML
ด้านวัสดุและเคมีภัณฑ์ บริษัทอย่าง Shanghai Sinyang และ Entegris China กำลังขยายการผลิต photoresists และ precursors สำหรับกระบวนการผลิตชิป ในขณะที่ซอฟต์แวร์ออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EDA) จีนพัฒนาเครื่องมือของตัวเอง เช่น Empyrean Technology ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาด EDA ในจีนกว่า 50% และ Huawei’s HC32 ซึ่งเป็นชิป EDA แบบ custom สำหรับการออกแบบชิป AI นอกจากนี้ จีนยังได้รับใบอนุญาต IP จาก Arm Holdings สำหรับโหนด 7nm และต่ำกว่า ทำให้สามารถพัฒนาโปรเซสเซอร์ในประเทศได้โดยไม่ต้องพึ่งพา IP ต่างชาติทั้งหมด
การเติบโตนี้ไม่ใช่แค่ในเซกเมนต์ขั้นสูงเท่านั้น แต่ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด จีนกลายเป็นตลาดใหญ่ที่สุดสำหรับอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ โดยดึงดูดการลงทุนจากบริษัทต่างชาติ เช่น Applied Materials และ Lam Research ที่ต้องปฏิบัติตามกฎ BIS แต่ยังคงขายเครื่องมือสำหรับโหนดเก่าให้ SMIC และผู้ผลิตอื่นๆ ผลลัพธ์คือ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จีนเติบโต 8% ในปี 2566 ท่ามกลางการชะลอตัวของตลาดโลก และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2567 จากความต้องการ AI และ EV
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงมี โดยเฉพาะการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะและความล่าช้าของเทคโนโลยีขั้นสูงสุด เช่น 3nm แต่ด้วยการลงทุนต่อเนื่องและการสนับสนุนจากรัฐบาล จีนกำลังเปลี่ยนวิกฤตจากการควบคุมของสหรัฐฯ ให้เป็นโอกาสในการสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่เข้มแข็งและเป็นอิสระมากขึ้น ส่งผลให้เกิดบูมเศรษฐกิจในประเทศที่ยั่งยืน
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)