กลยุทธ์สงครามวัฒนธรรมของเพนตากอนต่อแอนโทรปิกที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) ผู้พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำ ได้กลายเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีจากหน่วยงานกลาโหมสหรัฐอเมริกา หรือเพนตากอน การโจมตีดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพทางเทคนิคของโมเดล AI ของบริษัท แต่กลับใช้กลยุทธ์สงครามวัฒนธรรม (culture war) โดยกล่าวหาว่าแอนโทรปิกมีอคติทางการเมืองแบบซ้ายสุดโต่ง (far-left bias) และปฏิเสธที่จะร่วมมือกับรัฐบาลในการพัฒนาอาวุธ ซึ่งกลยุทธ์นี้กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายเพนตากอนเอง
แอนโทรปิกก่อตั้งขึ้นในปี 2565 โดยอดีตผู้บริหารจากโอเพ่นเอไอ (OpenAI) โดยมีจุดยืนหลักคือการพัฒนา AI อย่างรับผิดชอบและปลอดภัย เอกสารรับรองของบริษัท (company charter) ระบุชัดเจนว่า จะหลีกเลี่ยงการขายเทคโนโลยีให้กับรัฐบาลหรือองค์กรที่อาจนำไปใช้ในอาวุธสังหารอัตโนมัติ (lethal autonomous weapons) หรือระบบเฝ้าระวังที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน การยืนยันจุดยืนนี้ทำให้แอนโทรปิกได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนรายใหญ่ เช่น แอมะซอน (Amazon) ที่ลงทุนไปกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกูเกิล (Google) รวมถึงทุนจากกองทุนทุนเสี่ยงชั้นนำอย่าง FTX ก่อนที่บริษัทดังกล่าวจะล้มละลาย
เพนตากอนซึ่งกำลังเร่งหาเทคโนโลยี AI เพื่อแข่งขันกับจีน ได้พยายามเข้าถึงโมเดล Claude ของแอนโทรปิก โดยเสนอสัญญามูลค่าสูงถึงหลายร้อยล้านดอลลาร์ แต่แอนโทรปิกปฏิเสธ โดยอ้างถึงนโยบายภายใน กระทั่งในเดือนมกราคม 2569 หน่วยงานข่าวกรองกลาโหม (Defense Intelligence Agency) ได้จัดซื้อ Claude 3 Opus ผ่านแอมะซอนเว็บบริคส์ (Amazon Web Services) ซึ่งเป็นพันธมิตรคลาวด์ของแอนโทรปิก อย่างไรก็ตาม การเข้าถึงนี้ถูกจำกัดไว้ที่ระดับต่ำ และไม่ครอบคลุมการใช้งานทางทหารโดยตรง
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอนเริ่มใช้ภาษาสงครามวัฒนธรรมในการวิจารณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมด้านนโยบายและการวางแผน Elbridge Colby ได้โพสต์ในเครือข่ายโซเชียลมีเดียว่า แอนโทรปิก “หลีกเลี่ยงเพนตากอนเพราะอุดมการณ์ซ้ายสุดโต่ง” และเรียกร้องให้บริษัทต้อง “เลือกข้าง” ระหว่างอเมริกากับจีน นอกจากนี้ Michael Kratsios อดีตผู้อำนวยการด้านเทคโนโลยีและนโยบายวิทยาศาสตร์ในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์ ได้เขียนบทความในวารสาร The Free Press กล่าวหาว่าแอนโทรปิกมี “อคติ DEI” (Diversity, Equity, and Inclusion) และถูกครอบงำโดยนักวิชาการจากสถาบันอย่าง RAND Corporation ที่มีแนวคิดต่อต้านทหาร
กลยุทธ์ดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอนุรักษนิยม เช่น สมาชิกสภาคองเกรส Mike Gallagher และสภาสูง Mike Rounds ซึ่งเรียกร้องให้เพนตากอนตัดสัมพันธ์กับบริษัท AI ที่ “ไม่รักชาติ” (unpatriotic) การโจมตีนี้ขยายวงกว้างไปถึงสื่อกระแสหลัก โดยมีรายงานจาก Fox News และ National Review ที่ยกประเด็นการลงทุนจาก FTX ซึ่งเชื่อมโยงกับ Sam Bankman-Fried ผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดด้านการเงิน เพื่อโจมตีความน่าเชื่อถือของแอนโทรปิก
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้กลับส่งผลลบต่อเพนตากอนเอง ประการแรก แอนโทรปิกได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นจากชุมชนเทคโนโลยีและนักลงทุน Dario Amodei ซีอีโอของบริษัท กล่าวในการสัมภาษณ์กับ MIT Technology Review ว่า “เรายืนหยัดในหลักการของเรา และการโจมตีเหล่านี้ยิ่งยืนยันว่าจุดยืนของเราถูกต้อง” นักลงทุนอย่าง亚马逊ยืนยันการสนับสนุนต่อไป และบริษัทได้รับทุนใหม่จาก Sequoia Capital และ其他กองทุน
ประการที่สอง การโจมตีทำให้เพนตากอนถูกมองว่าใช้วิธีการทางการเมืองแทนการเจรจาทางธุรกิจ ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายของรัฐบาลไบเดนที่ส่งเสริมการแข่งขันเสรีในตลาด AI รายงานจาก Brookings Institution ชี้ว่า การตีตราบริษัทเอกชนด้วยคำว่า “woke” อาจทำให้เพนตากอนสูญเสียพันธมิตรสำคัญในอุตสาหกรรม AI ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ กลยุทธ์นี้ยังจุดประกายการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับบทบาทของ AI ในทางทหาร แอนโทรปิกกลายเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนา AI อย่างมีจริยธรรม ส่งผลให้บริษัทอื่นๆ เช่น xAI ของ Elon Musk ถูกตั้งคำถามในประเด็นคล้ายกัน แม้ Musk จะสนับสนุนเพนตากอน แต่การโจมตีแอนโทรปิกก็ทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากนักพัฒนา AI รุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย
ในท้ายที่สุด เพนตากอนต้องเผชิญกับความท้าทายในการดึงดูดบริษัท AI ชั้นนำ โดยขณะนี้กำลังเจรจากับ OpenAI และ Google DeepMind ซึ่งมีนโยบายยืดหยุ่นกว่า แต่แอนโทรปิกยังคงเป็นผู้นำในด้าน Claude ซึ่งมีประสิทธิภาพเหนือกว่าโมเดลอื่นๆ ในหลายด้าน การพยายามใช้สงครามวัฒนธรรมจึงกลายเป็นความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ที่ทำให้เพนตากอนเสียเปรียบในการแข่งขัน AI กับจีน ซึ่งไม่มีข้อจำกัดด้านจริยธรรมเช่นนี้
เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับหน่วยงานรัฐในการมีส่วนร่วมกับอุตสาหกรรมเอกชน โดยเฉพาะในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจและความมั่นคงแห่งชาติ การยืนหยัดในหลักการของแอนโทรปิกไม่เพียงช่วยรักษาความน่าเชื่อถือ แต่ยังเสริมสร้างตำแหน่งผู้นำในตลาด AI ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
(จำนวนคำ: 728)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)