สหภาพยุโรปสั่ง X เก็บรักษาเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Grok ไว้จนถึงปี 2569

คณะกรรมาธิการยุโรปสั่งให้ X รักษาเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Grok ไว้จนถึงสิ้นปี 2569

คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้ออกคำสั่งอย่างเป็นทางการให้บริษัท X (เดิมชื่อ Twitter) รักษาเอกสารและข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ Grok ไว้จนถึงสิ้นปี 2569 เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสอบสวนว่าบริษัทดังกล่าวละเมิดกฎหมาย Digital Services Act (DSA) หรือไม่ คำสั่งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันการทำลายหรือลบข้อมูลที่อาจเป็นหลักฐานสำคัญในการตรวจสอบ โดยคำสั่งลงวันที่ 8 ตุลาคม 2567 และมีผลบังคับใช้ทันที

พื้นหลังของการสอบสวน

การสอบสวนดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 โดยคณะกรรมาธิการยุโรปมุ่งเน้นไปที่การใช้ข้อมูลจากผู้ใช้ในสหภาพยุโรป (EU) เพื่อฝึกอบรมโมเดล Grok ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาโดยบริษัท xAI ของนายเอลอน มัสก์ (Elon Musk) Grok ได้รับการออกแบบให้สามารถเข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูลโพสต์บนแพลตฟอร์ม X โดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะข้อมูลสาธารณะจากผู้ใช้ชาวยุโรป

ประเด็นหลักของการสอบสวนคือ X ได้เปิดใช้งาน Grok โดยอัตโนมัติสำหรับผู้ใช้ใน EU โดยใช้ข้อมูลโพสต์เพื่อการฝึกอบรมโมเดล AI โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ ซึ่งอาจขัดต่อหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ DSA และ EU AI Act ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจละเมิดมาตรา 34 ของ DSA ซึ่งให้อำนาจในการสั่งให้แพลตฟอร์มรักษาข้อมูลเพื่อการตรวจสอบ

ก่อนหน้านี้ นายมัสก์ได้แสดงท่าทีต่อต้านกฎระเบียบของ EU ผ่านโพสต์บน X โดยวิจารณ์ว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นการเซ็นเซอร์และจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก อย่างไรก็ตาม X ได้ปรับเปลี่ยนนโยบาย โดยเพิ่มตัวเลือกให้ผู้ใช้ในยุโรปสามารถยกเลิกการใช้ข้อมูลสำหรับการฝึก Grok ได้ตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2567 แต่คณะกรรมาธิการยุโรปยังคงดำเนินการสอบสวนต่อเนื่อง

รายละเอียดของคำสั่งรักษาเอกสาร

คำสั่งนี้ครอบคลุมเอกสารและข้อมูลทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับ Grok โดยละเอียดยิบ เพื่อให้มั่นใจว่าหลักฐานทั้งหมดจะไม่ถูกทำลาย คณะกรรมาธิการยุโรปกำหนดให้ X ต้องรักษาข้อมูลดังต่อไปนี้:

  • เอกสารภายในและการสื่อสาร: รวมถึงอีเมล จดหมายภายใน บันทึกการประชุม และการสนทนาทุกช่องทางที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา การเผยแพร่ และการใช้ Grok
  • ข้อมูลการตัดสินใจทางธุรกิจ: เอกสารที่แสดงถึงการตัดสินใจในการใช้ข้อมูลผู้ใช้ EU สำหรับการฝึกโมเดล AI รวมถึงบันทึกการอนุมัติจากผู้บริหาร
  • โน้ตบุ๊กและโค้ด: Jupyter notebooks สคริปต์โค้ด และไฟล์ที่ใช้ในการพัฒนาโมเดล Grok
  • ประวัติการพัฒนาซอฟต์แวร์: Git commit histories, version logs, training logs, และ docker images ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการฝึกอบรม
  • ข้อมูลการฝึกและแหล่งข้อมูล: รายละเอียดแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการฝึก Grok โดยเฉพาะข้อมูลจากโพสต์บน X ของผู้ใช้ EU รวมถึง metadata และ logs การประมวลผลข้อมูล
  • ข้อมูลผู้ใช้และการใช้งาน: ข้อมูลที่แสดงถึงการเปิดใช้งาน Grok สำหรับผู้ใช้ EU และตัวเลือก opt-out

X ต้องรักษาข้อมูลเหล่านี้ในรูปแบบดั้งเดิม โดยห้ามแก้ไข ลบ หรือย้ายข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมาธิการยุโรป นอกจากนี้ บริษัทต้องรายงานการปฏิบัติตามคำสั่งภายใน 24 ชั่วโมง และให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเพิ่มเติม หาก X ฝ่าฝืน อาจถูกปรับเงินสูงสุด 6% ของรายได้ทั่วโลกทั้งปี

ผลกระทบทางกฎหมายและทางธุรกิจ

คำสั่งนี้ถือเป็นมาตรการ interim measure ภายใต้ DSA ซึ่งช่วยให้คณะกรรมาธิการยุโรปสามารถรวบรวมหลักฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่รอผลการสอบสวนขั้นสุดท้ายที่อาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2569 มันสะท้อนถึงแนวโน้มของ EU ในการบังคับใช้กฎหมายเทคโนโลยีอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกับแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ (Very Large Online Platforms หรือ VLOPs) อย่าง X ซึ่งมีผู้ใช้รายวันมากกว่า 45 ล้านคนใน EU

สำหรับ X คำสั่งนี้อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน โดยเฉพาะการพัฒนา AI ต่อไป เนื่องจากต้องรักษาข้อมูลจำนวนมหาศาล ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนด้าน存储และการจัดการข้อมูล นอกจากนี้ มันยังเพิ่มแรงกดดันต่อ xAI ในการปฏิบัติตามกฎระเบียบ EU หากพบการละเมิดจริง X อาจเผชิญค่าปรับมหาศาลและคำสั่งหยุดใช้ข้อมูลดังกล่าว

การตอบสนองของ X

X ได้ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมาธิการยุโรปอย่างเต็มที่ โดยโฆษกของบริษัทระบุว่า “เราจะปฏิบัติตามคำขอของหน่วยงานกำกับดูแล” การตอบสนองนี้แตกต่างจากท่าทีของนายมัสก์ที่เคยวิจารณ์ EU อย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ เช่น โพสต์ที่เรียก EU ว่า “สุดโต่งในการเซ็นเซอร์” อย่างไรก็ตาม X ได้ปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัว โดยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมข้อมูลของตนได้มากขึ้น รวมถึงตัวเลือกปิดการใช้งาน Grok ในยุโรปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

ความสำคัญในบริบทกว้างขึ้น

การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบังคับใช้ DSA และ EU AI Act ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปกป้องสิทธิผู้ใช้จากความเสี่ยงของ AI โดยเฉพาะการใช้ข้อมูลโดยไม่ยินยอม มันเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการกำกับดูแลข้ามพรมแดน โดย EU กำหนดมาตรฐานให้บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกปฏิบัติตาม คำสั่งรักษาเอกสารนี้จะช่วยให้การสอบสวนมีความสมบูรณ์ โดยคาดว่าจะมีพัฒนาการเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้

(จำนวนคำประมาณ 750 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)