X ของเอลอน มัสก์อาจกลายเป็นแพลตฟอร์มชั้นนำสำหรับดีปเฟคที่ไม่ได้รับความยินยอม

แพลตฟอร์ม X ของเอลอน มัสก์ อาจกลายเป็นแหล่งหลักของดีพเฟคที่ไม่ได้รับความยินยอม

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) พัฒนาอย่างรวดเร็ว แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ซึ่งเดิมชื่อ Twitter และอยู่ภายใต้การบริหารของเอลอน มัสก์ ได้รับการระบุว่าเป็นแพลตฟอร์มชั้นนำในการเผยแพร่ภาพดีพเฟคที่ไม่ได้รับความยินยอม โดยเฉพาะภาพอนาจารที่สร้างขึ้นโดย AI ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงจำนวนมาก รายงานล่าสุดจาก Wired ชี้ให้เห็นว่า X มีปริมาณเนื้อหาดังกล่าวมากที่สุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นๆ

รายงานของ Wired ทำการวิเคราะห์เครื่องมือ AI มากกว่า 60 เครื่องมือที่ใช้ในการสร้างภาพอนาจารแบบดีพเฟค พบว่า X เป็นแพลตฟอร์มที่มีการโพสต์ภาพดังกล่าวในจำนวนที่สูงสุด โดยเนื้อหาเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นภาพผู้หญิงที่มีชื่อเสียง เช่น นักแสดง นักร้อง หรือบุคคลทั่วไปที่ถูกนำหน้าตาไปสร้างภาพเปลือยกายโดยไม่ได้รับอนุญาต นักวิจัยประเมินว่ากว่า 90% ของเนื้อหาดีพเฟคอนาจารมุ่งเป้าไปที่ผู้หญิง ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศในเทคโนโลยี AI

เหตุการณ์ที่โดดเด่นคือกรณีภาพดีพเฟคของเทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) ซึ่งแพร่กระจายอย่างรวดเร็วบน X ในช่วงต้นปี โดยภาพเหล่านี้มียอดเข้าชมรวมกว่า 47 ล้านครั้งก่อนที่จะถูกลบออก กรณีนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Reddit หรือเว็บไซต์อนาจารอื่นๆ แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการเผยแพร่บน X ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 500 ล้านคนต่อเดือน

นโยบายของ X เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตั้งแต่เอลอน มัสก์ เข้าซื้อกิจการในปี 2022 โดยก่อนหน้านี้ แพลตฟอร์มมีนโยบายเข้มงวดในการลบภาพอนาจารที่สร้างขึ้นโดย AI หรือภาพที่ถูกแก้ไขดิจิทัล แต่ในเดือนมิถุนายน 2024 X ได้ปรับนโยบายใหม่ โดยระบุว่าจะไม่ลบเนื้อหาที่สร้างขึ้นโดย AI หรือถูกแก้ไข หากเนื้อหานั้นแสดงภาพเปลือยกาย เว้นแต่จะละเมิดกฎอื่นๆ เช่น การข่มขู่หรือการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ นโยบายนี้ทำให้การบังคับใช้กฎระเบียบคลายตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

เดวิด เธียล (David Thiel) นักวิจัยจาก Stanford Internet Observatory กล่าวว่า X ได้กลายเป็น “ตลาดกลาง” สำหรับเครื่องมือ AI ที่สร้างภาพอนาจารแบบดีพเฟค โดยมีผู้ขายเครื่องมือเหล่านี้โพสต์โปรโมทบนแพลตฟอร์มอย่างเปิดเผย เขาพบว่ามีบัญชีจำนวนมากที่โพสต์ลิงก์ไปยังเว็บไซต์หรือ Telegram ที่ให้บริการสร้างภาพดังกล่าว โดยบางเครื่องมือสามารถสร้างภาพได้ภายในไม่กี่วินาที เพียงแค่ป้อนรูปภาพต้นแบบของบุคคลเป้าหมาย

เมื่อเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นๆ พบว่า X มีการควบคุมที่หละหลวมกว่า Meta (Facebook และ Instagram) ซึ่งมีนโยบายห้ามเนื้อหาดีพเฟคอนาจารโดยสิ้นเชิง และใช้เทคโนโลยีตรวจจับอัตโนมัติ Reddit และ Discord ก็มีกฎห้ามเนื้อหาที่ไม่ได้รับความยินยอมเช่นกัน โดย Reddit ลบชุมชนที่เกี่ยวข้องออกทั้งหมดหลังเหตุการณ์เทย์เลอร์ สวิฟต์ ในทางตรงกันข้าม X ยังคงอนุญาตให้เนื้อหาเหล่านี้อยู่บนแพลตฟอร์ม หากมีการติดป้ายกำกับว่าเป็น “เนื้อหาที่สร้างโดย AI” แต่ในทางปฏิบัติ การติดป้ายดังกล่าวมักไม่เกิดขึ้น

นักวิจัยจาก Wired ตรวจสอบบัญชีบน X กว่า 80 บัญชีที่เกี่ยวข้องกับการโพสต์ภาพดีพเฟค พบว่ามากกว่า 60 บัญชียังคงใช้งานได้ โดยบางบัญชีมีผู้ติดตามนับหมื่นคนและโพสต์เนื้อหาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น บัญชีที่ใช้ชื่อว่า “MrDeepFakes” หรือบัญชีที่โปรโมทแอปพลิเคชัน AI สร้างภาพอนาจาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพผู้หญิงที่ไม่ยินยอม นอกจากนี้ ยังมีบัญชีที่ขายบริการสร้างภาพแบบกำหนดเอง โดยเรียกเก็บค่าบริการตั้งแต่ 10-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อภาพ

ปัญหานี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของบุคคล แต่ยังก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย โดยเฉพาะต่อผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อ การแพร่กระจายที่รวดเร็วบน X ทำให้เนื้อหาเหล่านี้เข้าถึงผู้ใช้งานทั่วโลกได้ง่าย สร้างความเสียหายที่ยากต่อการเยียวยา แม้ X จะมีเครื่องมือรายงานเนื้อหา แต่กระบวนการตรวจสอบช้าและไม่ครอบคลุม เนื่องจากทีมงานด้านความปลอดภัยถูกลดขนาดลงตั้งแต่การเปลี่ยนเจ้าของ

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการที่ X กลายเป็นแหล่งหลักของเนื้อหาดีพเฟคที่ไม่ได้รับความยินยอม อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายและสังคมที่ใหญ่หลวง โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาที่มีกฎหมายใหม่ๆ เช่น DEFIANCE Act ที่เสนอให้ผู้เสียหายฟ้องร้องผู้สร้างเนื้อหาได้ ในขณะที่ X อ้างว่ากำลังปรับปรุงระบบตรวจจับ AI แต่ผลลัพธ์ในทางปฏิบัติยังไม่เป็นที่น่าพอใจ

สรุปแล้ว แพลตฟอร์ม X ภายใต้การนำของเอลอน มัสก์ กำลังเผชิญกับวิกฤตด้านเนื้อหาดีพเฟคที่ไม่ได้รับความยินยอม ซึ่งเกิดจากการผ่อนคลายนโยบายและการบังคับใช้ที่อ่อนแอ สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลเทคโนโลยี AI อย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องสิทธิส่วนบุคคลและป้องกันการละเมิด

(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)