ผู้ร่วมก่อตั้ง xAI คนที่สอง โทนี่ วู ลาออก ท่ามกลางการยุบรวมกิจการ AI ขาดทุนของมัสก์เข้ากับ SpaceX
ในวงการปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โทนี่ วู (Tony Wu) ผู้ร่วมก่อตั้งและนักวิทยาศาสตร์หลักของ xAI บริษัทปัญญาประดิษฐ์ที่ก่อตั้งโดยอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว สถานการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกับรายงานที่ระบุว่ามัสก์กำลังวางแผนยุบรวมกิจการ xAI ซึ่งขาดทุนอย่างหนัก เข้ากับ SpaceX บริษัทอวกาศของเขา สร้างความฮือฮาและความกังวลในแวดวงเทคโนโลยี
โทนี่ วู ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งหลักของ xAI ได้โพสต์ข้อความบน LinkedIn เพื่อแจ้งการลาออก โดยระบุว่าตัวเขาเองกำลังมุ่งหน้าสู่ “การผจญภัยครั้งใหม่” วูถือเป็นบุคลากรสำคัญคนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Grok ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของ xAI ก่อนหน้านี้ วูเคยทำงานที่บริษัทชั้นนำในวงการ AI เช่น Anthropic และ Google Brain โดยมีบทบาทสำคัญในการวิจัยโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models: LLMs) การจากไปของเขาจึงถือเป็นการสูญเสียบุคลากรหลักครั้งสำคัญสำหรับ xAI
นี่ไม่ใช่การลาออกครั้งแรกของผู้ร่วมก่อตั้ง xAI ก่อนหน้านี้ อิกอร์ บาบูชกิน (Igor Babuschkin) ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนหนึ่งซึ่งเคยทำงานที่ DeepMind ของ Google ได้ลาออกไปตั้งแต่ช่วงต้นปี การจากไปของบุคลากรหลักเหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายทางการเงินที่รุนแรงของ xAI ซึ่งก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 เพื่อแข่งขันกับ OpenAI โดยมุ่งพัฒนา AI ที่ “เข้าใจจักรวาล” ตามวิสัยทัศน์ของมัสก์
ตามรายงานของ Bloomberg xAI กำลังเผชิญกับภาวะขาดทุนมหาศาล โดยคาดว่าจะขาดทุนราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงลิ่ว โดยเฉพาะการพัฒนาและฝึกโมเดล AI ขนาดใหญ่ xAI เพิ่งระดมทุนรอบ Series B ได้ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 ทำให้บริษัทมีมูลค่าสูงถึง 24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม เงินทุนดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการขยายตัวที่รวดเร็ว โดยเฉพาะโครงการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ “Colossus” ซึ่งเป็นคลัสเตอร์ GPU ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยชิป Nvidia H100 กว่า 100,000 ตัว
มัสก์ได้แสดงท่าทีชัดเจนในการรวมทรัพยากรระหว่างบริษัทในเครือของเขา โดย xAI ได้รับการสนับสนุนจาก SpaceX Tesla และ X (เดิมคือ Twitter) อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น xAI ใช้ชิป Dojo supercomputer ของ Tesla เพื่อฝึกโมเดล Grok นอกจากนี้ ยังมีวิศวกรจาก SpaceX ถูกย้ายมาทำงานให้ xAI และ xAI ก็จ้างพนักงานจาก Tesla และ SpaceX เข้ามาเพิ่ม รายงานระบุว่ามัสก์กำลังพิจารณายุบรวม xAI เข้ากับ SpaceX อย่างเป็นทางการ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ โดย SpaceX ซึ่งมีรายได้จากโครงการ Starlink และจรวด Falcon กำลังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง จะช่วยพยุงการเงินของ xAI
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของมัสก์ในการรวมบริษัทในเครือให้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อแข่งขันในยุค AI ที่ต้นทุนสูง xAI ยังคงเดินหน้าพัฒนา Grok-1.5 และ Grok-2 โดยมีจุดเด่นที่การเข้าถึงข้อมูลเรียลไทม์จาก X และความสามารถในการประมวลผลภาพ Colossus คาดว่าจะเสร็จสิ้นในปีนี้ และจะช่วยให้ xAI แข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI Microsoft และ Google ได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การขาดทุนที่สูงและการจากไปของผู้บริหารหลักอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ในแง่ธุรกิจ การยุบรวม xAI เข้ากับ SpaceX อาจช่วยลดความซ้ำซ้อนในการใช้ทรัพยากร เช่น การใช้โครงสร้างพื้นฐานคอมพิวติ้งของ SpaceX ซึ่งมีศักยภาพสูงจากโครงการอวกาศ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ xAI เข้าถึงเงินทุนจาก SpaceX ที่มีฐานะการเงินมั่นคงมากกว่า Tesla ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ชะลอตัว การตัดสินใจนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ที่มัสก์วางไว้ เพื่อสร้าง “AI สำหรับมนุษยชาติ” โดยผสานเทคโนโลยีอวกาศและปัญญาประดิษฐ์เข้าด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่นี้อาจนำมาซึ่งความไม่แน่นอน โดยเฉพาะสำหรับพนักงานและพันธมิตร นักวิเคราะห์บางรายมองว่าการรวมกิจการจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่บางรายกังวลว่าอาจทำให้ xAI สูญเสียเอกลักษณ์และความคล่องตัว หากมัสก์สามารถจัดการต้นทุนได้สำเร็จ การเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจกลายเป็นต้นแบบสำหรับบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เผชิญปัญหาคล้ายคลึงกัน
สถานการณ์ของ xAI ยังคงเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรม AI กำลังเข้าสู่ระยะของการแข่งขันที่เข้มข้นยิ่งขึ้น การจากไปของโทนี่ วู และการยุบรวมกับ SpaceX จึงเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งชี้ถึงทิศทางอนาคตของบริษัทในเครือมัสก์
(จำนวนคำประมาณ 720 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)