ครึ่งหนึ่งของผู้ร่วมก่อตั้ง xAI ได้ลาออกจากสตาร์ทอัพ AI ของ Elon Musk แล้ว

xAI ของอีลอน มัสก์ สูญเสียผู้ร่วมก่อตั้งครึ่งหนึ่งแล้ว

บริษัท xAI ซึ่งก่อตั้งโดยอีลอน มัสก์ ผู้ประกอบการชื่อดังในวงการเทคโนโลยี ได้เผชิญกับความท้าทายภายในองค์กร เมื่อผู้ร่วมก่อตั้งสองในสี่รายประกาศลาออกไปแล้ว สถานการณ์นี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่บริษัทเพิ่งระดมทุนได้จำนวนมหาศาล สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด

xAI ก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนา AI ที่มุ่งสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูง โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งหลักสี่ราย ได้แก่ อิกอร์ บาบูชกิน (Igor Babuschkin), มานูเอล โคริสส์ (Manuel Kroiss), ยูฮูไอ วู (Yuhuai Wu) หรือที่รู้จักในชื่อตัน วู (Tony Wu) และคริสเตียน เซเกดี (Christian Szegedy) นอกเหนือจากอีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งหลัก ผู้ร่วมก่อตั้งเหล่านี้ส่วนใหญ่มีประสบการณ์จากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น Google DeepMind และ OpenAI ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในวงการ AI

ล่าสุด มานูเอล โคริสส์ ซึ่งเป็นพนักงานคนที่ 4 ของ xAI ได้ประกาศลาออกผ่าน LinkedIn เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยระบุว่า “หลังจาก 14 เดือนที่น่าตื่นเต้นที่ xAI ผมตัดสินใจก้าวต่อไป” โคริสส์เคยทำงานที่ Google ในทีม AI ก่อนเข้าร่วม xAI และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีหลักของบริษัท การลาออกของเขานับเป็นผู้ร่วมก่อตั้งคนที่สองที่จากไปในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 อิกอร์ บาบูชกิน ผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนหนึ่ง ก็ได้ประกาศลาออกเช่นกัน บาบูชกินซึ่งเคยทำงานที่ Google DeepMind และ OpenAI ได้โพสต์ข้อความบน LinkedIn ว่า “หลังจาก 14 เดือนที่น่าตื่นเต้นที่ xAI ผมตัดสินใจก้าวต่อไป” และระบุเพิ่มเติมว่าจะใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น การจากไปของบาบูชกินเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ xAI ประกาศระดมทุนรอบ Series B ได้ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทสตาร์ทอัพ AI

ปัจจุบัน จึงเหลือผู้ร่วมก่อตั้งทางเทคนิคเพียงสองราย คือ ยูฮูไอ วู และคริสเตียน เซเกดี เท่านั้น ข้อมูลจากเว็บไซต์ x.ai ยังคงแสดงรายชื่อผู้ร่วมก่อตั้งทั้งสี่รายไว้ โดยเซเกดีมีพื้นเพจากงานวิจัยที่ Google Brain ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models) ในขณะที่วูมีประสบการณ์จาก Vector Institute และมีความเชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์และ AI

xAI กำลังมุ่งเน้นการพัฒนา Grok ซึ่งเป็นโมเดล AI แชทบอทที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy” โดยมีจุดเด่นในการตอบคำถามด้วยมุมมองที่ “สุดโต่ง” (maximum truth-seeking) และมีอารมณ์ขัน ล่าสุด บริษัทได้ขยายโครงสร้างพื้นฐานด้วยการสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Colossus ในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี ซึ่งเป็นหนึ่งในคลัสเตอร์ GPU ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยใช้ NVIDIA H100 GPUs กว่า 100,000 ตัว เพื่อรองรับการฝึกโมเดล Grok-3 ที่คาดว่าจะแข่งขันกับ GPT-5 ของ OpenAI

แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรระดับสูง แต่ xAI ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่งประกาศจ้างงานบุคลากรใหม่จาก OpenAI เช่น จิม ฟาน (Jim Fan) หัวหน้าทีม AI ตอนนี้ และทีมวิจัยอีกหลายสิบคน นอกจากนี้ ยังมีการขยายทีมวิศวกร GPU และนักวิจัยอีกกว่า 10 ราย สะท้อนถึงกลยุทธ์ของมัสก์ในการดึงดูดบุคลากรชั้นนำจากคู่แข่ง

การลาออกของผู้ร่วมก่อตั้งเหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายในอุตสาหกรรม AI เช่น การแข่งขันด้านทรัพยากรคอมพิวติ้งและบุคลากรชำนาญ specialty รวมถึงประเด็นภายในองค์กร เช่น สภาพแวดล้อมการทำงานที่เข้มข้น ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของบริษัทในเครือของมัสก์ เช่น Tesla และ SpaceX บาบูชกินเคยกล่าวถึงสภาพการทำงานที่ xAI ว่า “เราทำงานหนักมาก แต่สนุกมาก” ก่อนประกาศลาออก

สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเสถียรภาพของ xAI แม้บริษัทจะมีเงินทุนสนับสนุนจากนักลงทุนชั้นนำ เช่น Andreessen Horowitz, Sequoia Capital และกองทุนจากตะวันออกกลาง แต่การสูญเสียผู้ร่วมก่อตั้งครึ่งหนึ่งอาจส่งผลต่อวิสัยทัศน์ระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ xAI กำลังวางแผนเปิดตัว Grok-2 ในเดือนสิงหาคมนี้ และ Grok-3 ภายในสิ้นปี โดยมุ่งเป้าให้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าโมเดลชั้นนำในตลาด

xAI ยังคงยืนยันพันธกิจในการ “เข้าใจจักรวาลที่แท้จริง” ผ่านการพัฒนา AI ที่ปลอดภัยและโปร่งใส โดยมัสก์มักวิพากษ์วิจารณ์คู่แข่งอย่าง OpenAI ว่าเบี่ยงเบนจากจุดมุ่งหมายดั้งเดิม การเปลี่ยนแปลงบุคลากรครั้งนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ท่ามกลางตลาด AI ที่มีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์

(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)

This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)