การจากไปของผู้ก่อตั้ง xAI เชื่อมโยงกับความกังวลด้านความปลอดภัยและความผิดหวังที่ Grok ไม่สามารถตามทันคู่แข่ง
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา บริษัท xAI ซึ่งก่อตั้งโดยอีลอน มัสก์ ได้เผชิญกับการจากไปของบุคลากรหลักหลายราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ก่อตั้งและนักวิจัยอาวุโส ซึ่งรายงานจากแหล่งข่าวภายในระบุว่าปัจจัยหลักมาจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความไม่พอใจต่อประสิทธิภาพของ Grok โมเดล AI หลักของบริษัทที่ยังไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งชั้นนำอย่าง ChatGPT ของ OpenAI หรือ Claude ของ Anthropic ได้
xAI ก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 โดยมีเป้าหมายเพื่อเข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงของจักรวาล ผ่านการพัฒนา AI ที่มุ่งเน้น “การแสวงหาความจริงสูงสุด” (maximum truth-seeking) ตามปรัชญาของมัสก์ บริษัทรวบรวมบุคลากรชั้นนำจากองค์กร AI ชั้นนำ เช่น Google DeepMind, OpenAI และ Microsoft Research โดยมีผู้ก่อตั้งรวมถึง Greg Yang, Christian Szegedy, Yuhuai (Tony) Wu, Jimmy Ba และ Toby Pohlen อย่างไรก็ตาม ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี มีรายงานว่าผู้ก่อตั้งหลายรายได้ลาออกแล้ว
Greg Yang อดีตนักวิจัยจาก Microsoft Research เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งหลักที่จากไปในช่วงต้นปี โดยเขาเคยเป็นผู้นำทีมด้านสถาปัตยกรรมโมเดลขนาดใหญ่ Christian Szegedy ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์และการเรียนรู้เชิงลึกจาก Google ก็ลาออกเช่นกัน Yuhuai Wu จาก Google DeepMind และ Jimmy Ba จาก University of Toronto ซึ่งทั้งคู่เคยทำงานร่วมกับ Geoffrey Hinton ผู้บุกเบิกด้าน AI ต่างก็ประกาศลาออกในช่วงปลายปีที่แล้ว Toby Pohlen จาก DeepMind ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกัน รายงานจาก The Information ระบุว่าการจากไปเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ “การอพยพครั้งใหญ่” (exodus) ที่ส่งผลกระทบต่อทีมพัฒนา Grok
สาเหตุหลักที่ถูกกล่าวถึงคือ ความขัดแย้งในเรื่องความปลอดภัยของ AI มัสก์มักวิพากษ์วิจารณ์บริษัท AI อื่นๆ ว่าให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากเกินไป จนทำให้พัฒนาช้า เขาเคยโพสต์บน X (เดิมชื่อ Twitter) ว่า “การแส่งหาความจริงสูงสุด” ควรเป็นหลักการนำ โดยไม่ยึดติดกับมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดเกินจำเป็น อย่างไรก็ตาม ผู้ลาออกหลายรายมองว่าวิธีการนี้เสี่ยงเกินไป โดยเฉพาะในยุคที่ AI กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วและอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้
แหล่งข่าวภายในที่พูดกับ The Decoder เปิดเผยว่า “ทีมงานรู้สึกว่าความปลอดภัยถูกมองข้าม” และ “Grok ยังตามหลังคู่แข่งอย่างมาก” Grok-1 ซึ่งเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 เป็นโมเดลขนาด 314 พันล้านพารามิเตอร์ แต่ประสิทธิภาพในการทดสอบ 벤ช์มาร์ก เช่น MMLU (Massive Multitask Language Understanding) ทำได้เพียง 73% ซึ่งต่ำกว่า GPT-4 (86.4%) และ Gemini Pro (71.8%) Grok-1.5 ที่อัปเดตในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 ดีขึ้นบ้าง แต่ยังคงตามหลัง Claude 3 Opus และ GPT-4o
ปัญหาด้านประสิทธิภาพมาจากการขาดแคลนทรัพยากรคอมพิวเตอร์และข้อมูลฝึกอบรม xAI พึ่งพา GPU จาก Oracle Cloud และมีแผนสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Memphis Supercluster ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย GPU กว่า 100,000 ตัว แต่ยังไม่เสร็จสิ้น การขาดบุคลากรผู้เชี่ยวชาญยิ่งทำให้การพัฒนาช้าลง ผู้ลาออกส่วนใหญ่ย้ายไปยังบริษัทคู่แข่ง เช่น สองอดีตผู้ก่อตั้งเข้าร่วม MosaicML (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Databricks) ซึ่งพัฒนาโมเดลขนาดใหญ่เช่นกัน
นอกจากนี้ ความขัดแย้งภายในยังเกิดจากสไตล์การบริหารของมัสก์ที่เน้นความรวดเร็วและไม่ยอมแพ้ แต่บางครั้งขาดโครงสร้างการทำงานที่เป็นระบบ รายงานจาก Business Insider ชี้ว่ามัสก์แทรกแซงการพัฒนา Grok โดยตรง เช่น สั่งปรับแต่งให้ตอบสนองในลักษณะ “สนุกสนานและกบฏ” (fun mode and rebellious) ซึ่งอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง
แม้ xAI จะยังคงดึงดูดบุคลากรใหม่ เช่น Ross Nordeen จาก Tesla แต่การสูญเสียผู้ก่อตั้งหลักถือเป็นอุปสรรคใหญ่ มัสก์ตอบโต้ข่าวลือเหล่านี้โดยโพสต์ว่า “xAI เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ AI” และทีมปัจจุบันแข็งแกร่งกว่าที่เคย แต่ตัวเลขผู้ใช้ Grok บน X ยังต่ำกว่าคู่แข่งมาก
สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความท้าทายในอุตสาหกรรม AI ที่การแข่งขันดุเดือด บริษัทอย่าง xAI ต้องเผชิญกับการดึงตัวบุคลากรจากยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI, Google และ Anthropic ซึ่งมีทรัพยากรมหาศาลกว่า การจากไปของผู้ก่อตั้งไม่เพียงกระทบต่อ xAI แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของสมดุลระหว่างนวัตกรรม ความปลอดภัย และการรักษาบุคลากรหลัก ในอนาคต xAI จะสามารถพลิกเกมได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการปรับกลยุทธ์และการดึงดูด talent ชั้นนำกลับมา
(จำนวนคำประมาณ 728 คำ)
This Article is sponsored by Gnoppix AI (https://www.gnoppix.org)